นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึง สถานการณ์น้ำภาพรวมในปีนี้ พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 447 แห่ง แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวน 35 แห่ง และขนาดกลาง 412 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วแม้จะมีปริมาณน้ำน้อยกว่า 4 พันล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีเพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภค

ยกเว้นอ่างเก็บน้ำ 6 แห่ง คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำน้อย ได้แก่ ภาคเหนือ ที่อ่างเก็บน้ำแม่มอก จังหวัดสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เขื่อนลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เขื่อนลำพระเพลิง จังหวัดนครราชสีมา และเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ส่วนภาคตะวันตก ที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี และอ่างเก็บน้ำกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรี

ขอความร่วมมือเกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรัง และเกษตรกรที่ไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ กรมชลประทานเปิดรับสมัครแรงงานในพื้นที่มาช่วยซ่อมแซมขุดลอกคูคลองในเขตชลประทาน พร้อมกับวางแนวทางบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้งปี 2561/62 เพื่อให้เพียงพออีก 70 วัน ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้

พร้อมสั่งการให้กรมชลประทานทั้ง 17 เขต และชลประทานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลือ กรณีเกิดภัยแล้งนอกเขตชลประทานและมีการร้องขอจากจังหวัด

รองอธิบดีกรมชลประทาน ยังกล่าวถึง การช่วยบรรเทาฝุ่นละอองในพื้นที่เมืองและภูมิภาคอื่นๆ ในขณะนี้ ว่ากรมชลประทาน สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร นำรถน้ำไปฉีดล้างทำความสะอาดถนน เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองทุกวัน

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์

(อ่าน:การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2562)

Facebook Comments