เมื่อวันที่ 7 ต.ค 62 นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางเตรียมขยายการโอนเงินจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการ เข้าบัญชีเงินฝากของผู้มีสิทธิโดยตรง

จากเดิมจะโอนให้กับผู้มีสิทธิในเขตกรุงเทพฯ เมืองพัทยา และ จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งนี้ตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป โดยจะขยายสิทธิการโอนเงินไปยังผู้มีสิทธิใน จ.สมุทรสงคราม และ จ.อุทัยธานี จากนั้นจะเริ่มทยอยจ่ายต่อไปจนครบ 76 จังหวัด ภายในเดือน ม.ค. 63

ส่วนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน จำนวน 14.5 ล้านคน กรมพร้อมจ่ายเงินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา (ค่าประปาไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และค่าไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน) เริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค. 62 – ก.ย. 63

นอกจากนี้ มาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรคนจน โดยใช้ข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระ ซึ่งจะจ่ายเงินชดเชยภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว 5% เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้แก่ผู้มีสิทธิผ่านบัตรคนจนไม่เกิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน เริ่มต่ออายุตั้งแต่เดือน พ.ย. 62 – ก.ย. 63

อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบการรับชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ หรือ e-Payment Portal of Government ซึ่งเป็นระบบงานเบ็ดเสร็จสำหรับการรับและนำเงินส่งคลังของหน่วยงานของรัฐ ครอบคลุมการทำธุรกรรมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนและประชาชน เช่น การจ่ายค่าปรับ ค่าเช่า ค่าใบรับรอง ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต เป็นต้น

โดยไม่จำเป็นต้องมาติดต่อที่ส่วนราชการ เพียงทำธุรกรรมผ่านทางเว็บไซต์ก็สามารถออกใบแจ้งการชำระเงิน (Bill Payment) และนำไปชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เคาน์เตอร์ธนาคาร ATM เป็นต้น โดยในเดือน ธ.ค.62 จะมีการลงนามข้อตกลง(MOU) ร่วมกับบริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่อขยายช่องทางการชำระเงินให้สะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้ กรมจะนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Block chain) หรือ เครือข่ายการเก็บข้อมูล มาช่วยในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) มาช่วยในเรื่องความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบที่มาของการทำธุรกรรมได้ เนื่องจากสามารถนำมาใช้ตรวจสอบหนังสือค้ำประกันที่ผู้ค้าภาครัฐยื่นต่อหน่วยงานภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที

ข้อมูลข่าวจาก

Facebook Comments