กระติบนิวส์
Ian Johnston trims medicinal marijuana plants at Tweed INC. in Smith Falls, Ontario on December 5, 2016. / AFP PHOTO / Lars Hagberg

เรื่องโดย ศิริลักษณ์ หาพันธ์นา

กว่าจะมาเป็นกัญชาถูกกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลกนั่นไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องผ่านกระบวนการอันซับซ้อน ทั้งเสียงจากประชาชน การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเเละการพัฒนาทางการเเพทย์ ในสหรัฐอเมริกากว่าจะเสพกัญชาเพื่อความบันเทิงได้ก็ต้องรอนานกว่า 3 ทศวรรษ

การเปลี่ยนเเปลงของกัญชาผ่านยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากสิ่งผิดกฎหมายกลายเป็นธุรกิจสร้างรายได้ เป็นยารักษาโรค เป็นเเม่เหล็กดึงดูดให้คนมาท่องเที่ยว รวมไปถึงการโกยภาษีมหาศาลเข้ารัฐ เเต่ก็มีโทษเช่นเดียวกัน

ในขณะที่เมืองไทยยังคงมีการถกเถียงเรื่องกัญชากัญชง เเละรอผลวิจัยเพื่อเเก้กฎหมายนำมาใช้ทางการเเพทย์ เรามาดูโมเดลพัฒนาการของ กัญชาถูกกฎหมาย ของหลายประเทศทั่วโลกกัน

เส้นทางกัญชาอเมริกา : จากต่อต้านสู่เสรี การเเพทย์สู่บันเทิง

เมื่อ 1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ทางการรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศให้การเสพกัญชาเพื่อความบันเทิงกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย โดยเป็นรัฐที่ 7 ของสหรัฐที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ และคาดว่ารัฐแมสซาชูเซตส์และรัฐเมนจะตามมาภายในปลายปีนี้

ขณะเดียวกันมี 29 รัฐที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ถึงแม้ว่ากฎหมายระดับประเทศ (Federal Law) ยังคงห้ามอยู่ก็ตามที

หลังกฎหมายใหม่นี้บังคับใช้  ร้านขายกัญชาที่มีใบอนุญาตในเมืองซานดิเอโกแทบทุกร้าน บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนรอคิวซื้อกัญชามวนและอาหารที่ผสมกัญชา ตั้งแต่คนในวัยหนุ่มสาวยันวัยเกษียณ

สำหรับแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกในอเมริกา ที่อนุญาตให้มีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายเมื่อ 22 ปีก่อน จากอดีตถึงปัจจุบันแคลิฟอร์เนียกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ที่มีตลาดซื้อขายกัญชาเพื่อการแพทย์สูงสุดในสหรัฐ

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2014 รัฐโคโลราโด สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นแห่งแรกของโลกที่ประชาชนสามารถเสพกัญชาเพื่อความบันเทิง สูบกินซื้อและปลูกได้ตามกฎหมาย นอกเหนือจากการใช้เพื่อการแพทย์ โดยผ่านการลงมติเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของพลเมืองในรัฐ

ตามมาด้วยกรุงวอชิงตันดีซี ได้เป็นมลรัฐที่สองที่เปิดเสรีกัญชา ให้สามารถเสพเพื่อความบันเทิงได้ แต่ต้องแลกด้วยภาษีที่สูงมาก ทำให้ราคากัญชาในรัฐนี้แพงตามไปด้วย

สำหรับข้อกำหนดการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิง ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป ต้องซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ห้ามเสพในที่สาธารณะ เช่น ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะ และต้องเสพห่างจากเขตโรงเรียน 300 เมตร โดยผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับครั้งแรก 100 ดอลลาร์ และจะสูงขึ้นในครั้งต่อไป และสามารถครอบครองได้ไม่เกิน 28.5 กรัม และปลูกได้ไม่เกิน 6 ต้นที่บ้าน และต้องปลูกโดยมิดชิด เนื่องจากยังผิดกฎหมายระดับประเทศอยู่

 

ขณะที่ผู้ที่เคยต้องโทษคดีกัญชา สามารถร้องขอให้ศาลกำหนดโทษให้ใหม่เพื่อล้มล้างโทษ และสามารถร้องขอให้ลบประวัติอาชญากรรมได้

กระติบนิวส์

 

กว่าจะมาถึงจุดนี้ ในช่วงทศวรรษ 1970 อเมริกาก็เคยมีการปราบปรามการใช้กัญชาอย่างหนัก เมื่อการเสพกัญชาได้กลายเป็นแฟชั่นในหมู่นักศึกษา ชาวฮิปปี้ และคนรุ่นใหม่ยุค 1960 ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติดที่มีโทษอาญา ต่อมาในยุค 1980 กระแสต่อต้านกัญชาในสหรัฐเริ่มเปลี่ยนแปลง หลังมีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองถึงคุณประโยชน์ของกัญชา

ผลวิจัยล่าสุดจาก Gallup  เปิดเผยว่า ในปี 2017 กว่า 64% ของประชากรผู้ใหญ่ของอเมริกาสนับสนุนให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย โดยมองว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากทศวรรษก่อนที่มีเพียง 36% เท่านั้นที่ให้การสนับสนุน  ทำให้ผลโหวตในรัฐแคลิฟอร์เนียกว่า 57% สนับสนุนให้การเสพกัญชาเพื่อความบันเทิงกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายในที่สุด

 

มีหลายสำนักคาดผลทางเศรษฐกิจ หลังรัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาตเสพกัญชาเพื่อความบันเทิง โดยนักวิเคราะห์กรีนเวฟคาดว่าจะมีเงินสะพัดในอุตสาหกรรมกัญชาในสหรัฐมากถึง 5,100 ล้านดอลลาร์ ในปี 2018 และจะให้ให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตถุง 3 เท่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ด้านบริษัทที่ปรึกษาอาร์ควิว เผยรายงานคาดว่า อุตสาหกรรมกัญชาถูกกฎหมายจะสร้างรายได้ กว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ และสร้างงานกว่า 400,000 ตำเเหน่งในสหรัฐภายในปี 2021 อีกทั้งรัฐบาลจะเก็บภาษีได้ 4,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 3 ปี

ท่ามกลางความนิยม ก็มีอุปสรรคที่ขวางการเติบโตของอุตสาหกรรมกัญชาในสหรัฐ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลังการผ่านกฎหมายนี้  เช่น แบงก์จะไม่กล้าให้เงินทุนกับร้านจำหน่ายกัญชา เนื่องจากอาจกลายเป็นการมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมยาเสพติดผิดกฎหมายระดับประเทศ  หรือกฎหมายภาษี 280E ที่ระบุว่าธุรกิจค้ากัญชาไม่สามารถยื่นขอหักภาษีได้เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นที่มีสิทธิได้รับตามปกติ ทำให้ร้านค้าอาจจะต้องเสียภาษีเงินได้สูงถึง 90%

ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงเรียกร้องให้ธุรกิจกัญชา ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านความโปร่งใส การโฆษณา และการซื้อขาย กลายเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันให้รัฐบาลกลางสหรัฐต้องทบทวนสถานะของกัญชาในระดับประเทศครั้งใหญ่

 

แคนาดาโกยเงินกัญชาพาณิชย์เจ้าใหญ่ของโลก

เป็นที่ทราบกันดีว่าการค้ากัญชา”  เป็นธุรกิจใหญ่ที่นำรายได้มหาศาลเข้าสู่แคนาดามานับทศวรรษ หลังมีการอนุญาตให้นำกัญชามาใช้รักษาโรคได้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดยพลเมืองวัยหนุ่มสาวกว่า 30 % ของแคนาดายอมรับว่าพวกเขาเคยเสพกัญชาเพื่อความบันเทิง บรรดาบริษัทเอกชนสัญชาติแคนาดา ต่างแข่งขันเพื่อแย่งชิงตลาดผลิตและจำหน่ายกัญชาถูกกฎหมายรายใหญ่ของโลก

และการผลักดันให้มีการปลูก ขาย และเสพกัญชาเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจอย่างถูกกฎหมายนั้น ก็เป็นหนึ่งในนโยบายที่ทำให้จัสติน ทรูโดชนะเลือกตั้งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี  โดยหลังเข้ารับตำแหน่งเขาได้เสนอพ...กัญชา (Cannabis Act) เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาและคาดว่าจะผ่านเป็นกฎหมายออกมาได้ในช่วงกลางปี 2018 นี้

กระติบนิวส์

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว กระตุ้นให้เอกชนเริ่มเตรียมการรับกฎหมายใหม่ อย่างเช่นผู้ผลิตกัญชารายใหญ่คานาปี โกรว์ธ คอร์ปซึ่งมีมูลค่าหุ้นในตลาดที่ 1,240 ล้านดอลลาร์ พื้นที่ปลูกในโรงเรือนแบบปิดรวมกว่ากว่า 350,000 ตารางฟุต

และคู่แข่งรายสำคัญที่กำลังตีตื้นขึ้นมากับบริษัทออโรร่า แคนนาบิส อิงค์ผู้ผลิตกัญชาสัญชาติแคนาดาที่สร้างโรงเรือนใหม่ใหญ่ถึง 800,000 ตารางฟุต ที่จะมีกำลังผลิตกว่า 100 ตันต่อปี นับว่าเป็นพื้นที่ปลูกกัญชาเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองรับพ...กัญชาใหม่ของแคนาดา

ทั้งนี้ สถิติจากสำนักงบประมาณรัฐสภาแคนาดา ระบุว่า ปัจจุบันราคาจำหน่ายกัญชาแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่นในเมืองควิเบค ราคากรัมละ 7.31 ดอลลาร์แคนาดา ขณะที่ในเมืองอื่นๆทางตอนเหนือของประเทศ ราคาจำหน่ายกรัมละ 13.17 ดอลลาร์แคนาดา

สำนักวิเคราะห์หลายแห่ง คาดการณ์ว่า เมื่อ ...กัญชามีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ รัฐบาลแคนาดาอจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีกัญชาเพิ่มขึ้น สูงสุดถึงปีละ 5,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา แต่บางสำนักก็คาดว่าอาจเก็บได้เพียงราว 600 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

 

กระติบนิวส์
Tweed employee Ryan Harris works inside the Flowering Room with medicinal marijuana at Tweed INC. in Smith Falls, Ontario, on December 5, 2016. / AFP / Lars Hagberg (Photo credit should read LARS HAGBERG/AFP/Getty Images)

เนเธอร์เเลนด์ : กัญชากระตุ้นท่องเที่ยว  

เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการเสพกัญชาถูกกฎหมาย และนำมาเป็นแม็กเนตดึงดูดนักท่องเที่ยว ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโต ขณะที่ประชาชนมีความคิดเห็นที่ดีต่อกัญชา โดยมองว่ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่และสุรา

โดยพบสำรวจพบว่า 23 % ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอัมสเตอร์ดัมส์ ต้องการใช้บริการร้านกาแฟ ที่อนุญาตให้บุคคลที่อายุมากกว่า 18 ปีสูบกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย อีกทั้งยังสามารถซื้อกัญชาได้สูงสุด 5 กรัม โดยร้านกาแฟประเภทนี้ มีประมาณ 220 ร้าน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในย่านแหล่งบันเทิง

 

TO GO WITH AFP STORY BY ALIX RIJCKAERT
Jonathan (L), Mateo (C) and Abduhl (R) of Belgium roll joints inside coffee shop ‘Liberty two’ on November 19, 2008 in Rosendaal, Brabant. On November 21, 2008 the mayors of about 30 Dutch municipalities will meet in Almere, north-east of the capital Amsterdam, to urge the government to act against the nuisance they claim is caused by drug tourism. In 1976, the Netherlands decriminalised the consumption of cannabis, and the possession of less than five grams. Its cultivation and wholesale remains prohibited. AFP PHOTO ANOEK DE GROOT / AFP PHOTO / ANOEK DE GROOT

 

ด้านประเทศอื่นๆ ในแถบสแกนดิเนเวีย อย่างเดนมาร์ก การสูบปลูกครอบครองและขายกัญชา ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ในขณะที่รัฐกำลังพยายามผลักดันพัฒนาเรื่องการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ในต้นปีนี้

ฟากฝั่งยุโรปอย่างสเปนเป็นประเทศแรกๆ ที่เปิดให้กัญชาถูกกฎหมาย และอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้และปลูกเองภายในบ้านได้ตามจำนวนที่กำหนด แต่ห้ามนำออกมาขายและซื้อ พร้อมสามารถพกติดตัวได้สูงสุด 40 กรัม  ขณะที่กรุงปรากของสาธารณรัฐเช็ค ก็เป็นอีกเมืองที่สามารถปลูกกัญชาในครอบครองได้ 5 ต้น เเละพกติดตัวได้สูงสุด 15 กรัม

 

อุรุกวัย : กฎหมายเสรีกัญชา ในดินเเดนยาเสพติด

อุรุกวัยนับว่าเป็นดินเเดนเเห่งกัญชา ที่เสรีที่สุดแห่งลาตินอเมริกา โดยเมื่อเดือน ..ปี 2017 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุญาตให้มีการขายกัญชาเพื่อสันทนาการตามร้านขายยาได้อย่างถูกกฎหมายเป็นชาติแรกในโลก หลังผ่านกฎหมายเสพกัญชาอย่างถูกฎหมายมาตั้งเเต่ปี 2013

โดยคุณสมบัติผู้ที่สามารถซื้อกัญชาตามร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต จะต้องเป็นพลเมืองอุรุกวัย หรือบุคคลมีสิทธิพำนักอาศัยถาวร อายุ 18 ปีขึ้นไป พร้อมลงทะเบียนกับรัฐเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะสามารถซื้อกัญชาได้สูงสุด 40 กรัมต่อเดือน ราคากรัมละ 1.30 ดอลลาร์สหรัฐ  โดยกัญชาจะต้องมาจากไร่ที่รัฐกำกับดูแล นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ผู้ใช้ปลูกกัญชาเองที่บ้านได้ปีละ 6 ต้น และอนุญาตให้ตั้งสมาคมผู้สูบกัญชา 15-45 คน ซึ่งจะปลูกกัญชาได้ปีละ 99 ต้น

สำหรับอุรุกวัย ถือว่าเป็นประเทศที่มีอัตราเหตุรุนแรงเกี่ยวกับยาเสพติดน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในละตินอเมริกา แต่ผู้ต้องขังราว 1 ใน 3 ล้วนพัวพันการค้ายาเสพติด เพราะอุรุกวัยกลายเป็นเส้นทางลำเลียงกัญชาจากปารากวัยและโคเคนจากโบลิเวีย

จากผลสำรวจผู้ใหญ่จำนวน 9,000 คนจาก 9 ประเทศในภูมิภาคนี้อย่าง อาร์เจนตินา , โบลิเวีย, ชิลี ,โคลัมเบีย ,คอสตาริกา , เอลซัลวาดอร์ ,เม็กซิโก ,เปรู เเละอุรุกวัย พบว่ากว่า 40 % เห็นด้วยกับเรื่องกัญชาถูกกฎหมาย

โดยประชาชนในอุรุกวัย ผู้บุกเบิกตลาดกัญชาถูกกฎหมาย เห็นด้วย 68% ตามมาด้วยเม็กซิโก 57% คอสตาริกาที่ 55% อย่างไรก็ตาม การยอมรับการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการยังแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

 

ออสเตรเลีย : เป้าใหม่เบอร์หนึ่งของโลก ผู้ส่งออกกัญชาเพื่อการเเพทย์

ข้ามมายังฝั่งแปซิฟิก ออสเตรเลียประกาศแผนตั้งเป้าเป็นผู้นำการส่งออกกัญชาเพื่อการแพทย์เบอร์หนึ่งของโลก หวังส่งขายทำเงินต่างประเทศ เหมือนแคนาดาและเนเธอร์แลนด์ ขณะที่อุรุกวัยและอิสราเอลก็เคยประกาศแผนส่งออกตีตลาดกัญชาเช่นเดียวกัน

โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีสาธารณสุขของออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันให้เกษตรกรและผู้ผลิตออสเตรเลีย เป็นผู้ส่งออกกัญชาเพื่อการแพทย์อันดับ 1 ของโลก และนโยบายนี้จะเป็นผลดีต่อทั้งภาคธุรกิจและช่วยเหลือผู้ป่วยภายในประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงกฎหมายดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภาก่อน ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นได้เร็วสุดในเดือนกุมภาพันธ์ โดยพรรคแรงงานที่เป็นฝ่ายค้านก็แสดงท่าทีสนับสนุนเรื่องนี้

ออสเตรเลีย กำหนดให้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ถูกกฎหมาย มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ จากการประเมินของแกรนด์วิวรีเสิร์ช (Grand View Research) บริษัทที่ปรึกษาของสหรัฐ ระบุว่า ตลาดกัญชาเพื่อการแพทย์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2025

 

This picture taken on June 9, 2017 shows Peter Crock, chief executive of Cann group limited, examining two-months-old cannabis cuttings at an undisclosed location in Australia’s Victoria state.
At a secret location in Australia’s southeast, Peter Crock delicately tends to a two-month-old cannabis cutting. Barely 30 centimetres (12 inches) tall, it is one of about 50 government-sanctioned “mother plants” to be cloned for future generations of crops for the country’s fledgling medicinal marijuana industry. / AFP PHOTO / Saeed KHAN / TO GO WITH Australia-social-health-cannabis-drugs, FOCUS by Daniel DE CARTERET

 

ไทยปลูกกัญชาผิดกฎหมาย ปลูกได้แต่กัญชง 

ย้อนกลับมาที่กัญชาในเมืองไทย มีความพยายามจะเสนอให้กัญชาถูกกฎหมายหลายครั้ง ล่าสุดจากกรณีนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เสนอให้บริเวณเขตเทือกเขาภูพาน .สกลนครเป็นพื้นที่นำร่อง 5,000 ไร่ สำหรับเป็นแหล่งปลูกกัญชา โดยกำลังเตรียมขออนุญาตตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขถึงการขออนุญาต และการอนุญาตผลิตจำหน่าย หรือมีไว้ครอบครอง ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 ..2561 ที่ผ่านมา

เเต่ก็ต้องโดนเบรกชะงัก เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมายืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ปลูกกัญชาได้ แต่อนุญาตให้ครอบครองเพื่อวิจัยได้ ส่วนที่อนุญาตได้คือกัญชงที่ปัจจุบันอนุญาตให้ปลูกในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคเหนือ เพื่อรองรับการปลูกเชิงอุตสาหกรรม

ขอชี้แจ้งว่ากฎกระทรวงดังกล่าว ออกมาจากพระราชบัญญัติ (...) ยาเสพติดให้โทษ ..2522 ว่าด้วยการปลูก เฮมพ์ (HEMP) เป็นพืชชนิดย่อยของกัญชาที่ ที่เรียกว่ากัญชงซึ่งจะมีลักษณะทางกายภาพคล้ายกัญชามาก แต่ที่สิ่งแตกต่าง คือ กัญชงจะมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล หรือ THC ในปริมาณไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกัญชา 3 เปอร์เซ็นต์ สารตัวนี้จะเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ถือเป็นสารเสพติด จึงมีการอนุญาตให้ทดลองปลูกกัญชงในหลายพื้นที่ แต่ไม่อนุญาตให้ปลูกกกัญชา เพราะมีสารในปริมาณที่มากกว่า”  นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

นพ.สุรโชค กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะเสนอว่าควรจะมีผลงานวิจัยที่แน่ชัดก่อน โดยการวิจัยนั้นใช้เวลานานเป็นปี ซึ่งทางอย.ได้เสนอให้แก้กฎหมายยาเสพติดให้โทษ ปี .. 2522 เพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาการศึกษาวิจัยในคนและนำกัญชา รวมทั้งสารสกัด มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์รักษาโรคได้ ซึ่งบรรจุอยู่ในร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด เเละขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขณะที่พล...สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แสดงความคิดเห็นว่า เขาเห็นด้วยหากจะมีการเปลี่ยนกัญชา ที่ปัจจุบันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 เพื่อใช้ในทางการแพทย์ อีกทั้งจะช่วยลดปัญหาลักลอบส่งประเทศที่ 3 ซึ่งมีแนวโน้มการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น โดยการลักลอบนำเข้ามาในประเทศ ขณะนี้ยังถือว่ามีความผิด ต้องจับดำเนินคดีทั้งหมด

ด้านนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เบื้องต้นเท่าที่ทราบกัญชายังเป็นการนำมาใช้เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับยารักษาโรคเท่านั้น ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากกัญชายังถือเป็นยาเสพติด

กระเเสผลักดันกัญชาถูกกฎหมายในไทยครั้งนี้จะไปได้ไกลเเค่ไหนเเละจะส่งผลต่อสังคม ประชาชนเเละเศรษฐกิจอย่างไรต้องติดตาม

 

ขอบคุณข่าวจาก: ประชาชาติ

Facebook Comments