กระติบนิวส์

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.61 นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวว่า ต้องขอเตือนประชาชนให้เร่งประหยัดพลังงานกันอย่างต่อเนื่องเพราะจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นมาอยู่ระดับเกือบ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลนั้น จะสะท้อนไปยังต้นทุนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือเอฟทีที่จะปรับเพิ่มขึ้นตามใน 6 เดือนข้างหน้า หรือราวเดือน พ.ย.61 นี้

อย่างไรก็ตาม ค่าไฟฟ้าจริงจะปรับขึ้นหรือไม่ขึ้นกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งอาจจะมีการเกลี่ยต้นทุนต่างๆ ทำให้ค่าไฟฟ้าในปีนี้อาจจะไม่ปรับขึ้นก็ได้

นายสหรัฐ กล่าวว่า ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า เกิดจากสูตรราคาก๊าซธรรมชาติในประเทศ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณร้อยละ 60 จะปรับขึ้นย้อนหลังราคาน้ำมันเตา 6 เดือน โดยคำนวณจากน้ำมันเตาร้อยละ 30 โดยก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิงทั้งโรงไฟฟ้าของ กฟผ.โรงไฟฟ้าของภาคเอกชนทั้งไอพีพีและเอสพีพี นอกจากนี้ ค่าไฟฟ้าจากชีวมวลก็จะขยับขึ้นเช่นกัน เพราะผูกติดกับราคาน้ำมัน

 

“ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า สูตรผูกกับราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 6 เดือน ดังนั้นต้นทุนค่าไฟฟ้าเดือน พ.ย.ก็คาดจะเพิ่มขึ้น ซึ่งประชาชนหากต้องการลดผลกระทบก็ต้องประหยัดพลังงาน ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นต้น” นายสหรัฐ กล่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.) ราคาก๊าซหุงต้มจะขยับขึ้นอีก โดยรายใหญ่ คือ บมจ.ปตท.แจ้งคู่ค้า ราคา LPG ภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ปรับเพิ่มขึ้น 1.5485 บาท/กก. (รวม VAT) มีผลตั้งแต่ วันที่ 22 พ.ค.61 เวลา 00.01 น.ซึ่งจะทำให้ราคาก๊าซฯ ถังขนาด 15 กก.ปรับขึ้นประมาณ 23 บาทต่อถัง จากราคาที่ประกาศสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ 372 บาท/ถัง

โดยราคาแอลพีจีของประเทศไทย มีการปรับเปลี่ยนทุกสัปดาห์อ้างอิงราคาซื้อขายตลาดโลก โดยราคาสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ที่ 563.6 ดอลลาร์/ตัน ในขณะที่ต้นเดือนเมษายนอยู่ที่ประมาณ 449 ดอลลาร์/ตัน หรือ ราคาขยับขึ้นถึง 114 ดอลลาร์/ตัน เป็นผลให้ราคาขายปลีกขยับขึ้นเกือบทุกสัปดาห์ โดยปัจจุบันเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับแอลพีจีอุดหนุนราว 2.7424 บาท/กก.ทำให้เงินกองทุนไหลออกประมาณ 500 ล้านบาทต่อเดือน ในขณะที่เงินทุนเหลือสุทธิราว 990 ล้านบาท หากอุดหนุนเพิ่มก็จะทำให้เงินทุนติดลบในช่วงเวลาไม่ถึง 2 เดือน ในขณะที่เงินกองทุนบัญชีน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

หากบัญชีแอลพีจีติดลบกระทรวงพลังงานก็อยู่ระหว่างการพิจาณารับปัญหา เช่น บัญชีแอลพีจีอาจจะต้องกู้ยืมเงินจากบัญชีน้ำมันมาอุดหนุนแอลพีจีชั่วคราว และจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้นใกล้ 30 บาท/ลิตร โดยในวันพรุ่งนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมแถลงลดผลกระทบ โดยเฉพาะ การเร่งจำหน่ายไบโอดีเซลบี 20 ที่ราคาจะถูกกว่าบี 7 ประมาณ 3 บาทต่อลิตร โดยจะใช้เฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ เรือโดยสาร เป็นต้น

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน และราคาก๊าซฯ อย่างใกล้ชิด ว่าจะกระทบประชาชนอย่างไร โดยจะนำผลกระทบไปหารือในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้

ข้อมูลข่าวจาก: 

Facebook Comments