ครูวิภา / เมื่อวันที่ 5 ก.ย. น.ส.วิภา บานเย็น อายุ 47 ปี ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร เปิดเผยความคืบหน้า กรณีที่ตนค้ำประกันกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ให้นักเรียนที่เป็นผู้กู้ยืมตั้งแต่ปี 2541-2542 จำนวน 60 ราย แต่มีลูกศิษย์จำนวน 20-30 ราย ที่ค้างชำระหนี้ กยศ. จนถึงขั้นบังคับคดีกับครูที่ที่เป็นผู้ค้ำประกัน

ทำให้ครูวิภาเกือบถูกยึดทรัพย์ บ้าน ที่ดิน และแม้หลังจากออกข่าวไปมีลูกศิษย์บางรายเข้ามาชำระหนี้ รวมถึงมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ และเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ใช้ชำระหนี้คือ กยศ.แทนลูกศิษย์ไปเรียบร้อยแล้ว รวมเป็นเป็นเงินประมาณ 2.7 แสนบาท

โดยได้รับความการช่วยเหลือ จากอดีตนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง และคณะ พร้อมด้วย แม่ชี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือมา จึงนำเงินส่วนนี้ตั้งเป็นกองทุนชำระหนี้ กยศ. เพื่อช่วยเหลือสำหรับลูกศิษย์ ที่มีความเดือนร้อน และมีภาระไม่สามารถชำระหนี้ได้

ขณะนี้ได้นำเงินที่ตั้งเป็นกองทุน ปิดบัญชีให้กับลูกศิษย์ไปแล้ว 5 คน ที่ประสบปัญหาในชีวิตเดือดร้อนจริงๆ อย่างเช่น อยู่ในภาวะเจ็บป่วย และมีรายได้น้อยแบกรับภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวและพ่อแม่ที่ทุพพลภาพ

ดีใจมากที่หลุดพ้นจากการเป็นผู้ค้ำประกัน กยศ. ไม่ต้องกังวลเรื่องหมายศาล หรือกังวลคนมายึดทรัพย์สินของตน ขณะนี้รอหนังสือยันยันจาก กยศ.ว่าตนหมดภาระคนค้ำประกันแล้ว

 

น.ส.วิภา กล่าวว่า ขั้นต่อตอนไปคือการติดตามทวงหนี้นักเรียน ซึ่งตนได้รับความช่วยเหลือจาก นายธัชชัย สีสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ที่ประสานทุกหน่วยงานในจังหวัดเพื่อขอความร่วมมือช่วยหาที่อยู่นักเรียนที่เคยกู้ กยศ. จำนวน 20 คน ว่าอยู่ที่ไหน ทำอาชีพอะไร

ขณะนี้ได้ข้อมูลที่อยู่ อาชีพนักเรียนครบถ้วนแล้ว อยู่ขั้นตอนการดำเนินการติดตามทวงหนี้เป็นรายคนไป แต่ในจำนวน 20 คน มีบางส่วนที่มีปัญหาทางการเงิน และต้องการความช่วยเหลือตนก็เข้าไปปิดบัญชีให้

“หลังจากติดตามทวงหนี้เป็นรายคนไป มีเด็กบางคนยินดีที่จะคืนเงินให้ครูแล้ว ครูจะเอาเงินที่ได้รับคืนจากลูกศิษย์ตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เดือนร้อน ซึ่งครูหวังว่าลูกศิษย์ของครูเป็นคนดี มีความรับผิดชอบจะมาคืนเงินให้ครู และอยากจะขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เข้ามาช่วยเหลือตนให้ประสบความสำเร็จและหลุดพ้นจากภาระการเป็นผู้ค้ำประกัน” น.ส.วิภา กล่าว

รายละเอียดข้อมูลข่าวจาก

Facebook Comments