วันที่ 17 เม.ย. นายบุญสืบ อ่วมดี อายุ 54 ปี เกษตรกรทำนา ม.9 ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ที่กำลังขะมักเขม้นเก็บผักบุ้งไทย ในพื้นที่นาของตน เล่าว่า นับตั้งแต่เกิดปัญหาภัยแล้งปี 2558 ครอบครัวจึงตัดสินใจแบ่งที่นา 3 ไร่ จาก 30 ไร่ ทำนาผักบุ้งไทย ในช่วงหน้าแล้งต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 4

เพราะเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย เปิดน้ำใส่แปลงนาบุ้งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ยังประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับการทำนาข้าว ไม่ต้องลงทุนซื้อต้นกล้า ซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ไม่ต้องเครียด หรือกลัวขาดทุน ไม่ต้องกังวลเรื่องตลาดและราคา

ตั้งแต่ทำมา ราคาต่ำสุดกำละ 4 บาท มีรายการสั่งซื้อขั้นต่ำวันละ 300 กำ อย่างน้อยมีรายได้วันละ 1,200 บาท เดือนหนึ่งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 36,000 บาท กลายเป็นรายได้หลักของครอบครัว

“ทุกวันจะลงแปลงนาผักบุ้ง 6 โมงเช้า ใช้เชือกผูกกับกะละมัง 1 ใบ มัดกับเอวลากไปตามแปลงนาบุ้ง เก็บด้วยความชำนาญ ใช้เวลาเก็บวันละ 3 ชั่วโมง จากนั้นนำกลับไปล้างทำความสะอาด และทำกำ ทำงานเพียงครึ่งวัน ผักบุ้งมีคนมารับซื้อถึงบ้าน

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ดีใจกับการตัดสินใจปรับที่นามาทำนาบุ้ง ทำให้มีรายได้ทุกวัน แถมสุขภาพกายและใจก็ดีด้วย ส่วนข้าวทำนาปี เน้นไว้รับประทานในครอบครัว หากได้มากจึงแบ่งขาย” นายบุญสืบ กล่าว

นายบุญสืบ กล่าวด้วยว่า การทำนาผักบุ้งไม่ยุ่งยาก เพียงปรับดินใส่น้ำในแปลงนา นำเถาผักบุ้งซึ่งมีอยู่ทั่วไปลงปลูก จากนั้นประมาณ 20 วัน ถึง 1 เดือน ผักบุ้งจะแตกกอขยายเต็มแปลงนา สามารถเก็บยอดผักบุ้งส่งขายได้

ทำนาผักบุ้ง 1 รอบ เก็บขายได้ 6 เดือน จากนั้นต้นจะเริ่มแก่ก็จะคัดเถาที่แข็งแรงและให้ยอดสวย เป็นกล้าพันธุ์ต่อไป

ที่มา: ข่าวสด

Facebook Comments