กระติบนิวส์

ผู้ให้จนวาระสุดท้าย ชาวเน็ตยกย่อง 2 ผู้ยิ่งใหญ่ พ่อแม่จบชั้นป.4 “ทำนา-ซ่อมรถ” ส่งลูก 2 คนจบปริญญา หนุ่มบัญทิตเผยแม้ไม่ได้อยู่เคียงข้าง แต่ท่านคงอยู่ในใจเสมอ

กรณีชาวเน็ตแห่เข้าไปยินดี พร้อมกับให้กำลังใจบัญฑิตหนุ่มรายหนึ่ง หลังเจ้าตัวโพสต์ผ่านอินสตาแกรม @knotthong ไร้พ่อแม่ยืนเคียงข้างในวันรับปริญญา ด้วยสาเหตุที่ทำเอาหลายคนซึ้งน้ำตาไหล โดยระบุว่า “ตอนเปิดดูรูปพ่อแม่ไปงานรับปริญญาพี่ชาย นึกย้อนไปในตอนนั้น เห็นพ่อแม่ตื่นเต้นมาก เตรียมชุดสวย สร้อยไข่มุก กระเป๋าสวยๆ เสื้อหล่อ ซื้อใหม่หมดทั้งชุด พ่อแม่ดูภูมิใจมากที่ลูกเรียนจบ เรายังเรียนอยู่ก็แอบคิดอยากเรียนจบ ทำงานเร็วๆ อยากมีโมเมนต์แบบนี้บ้างจัง ตอนนี้พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว ใจหายนะ จริงๆ มันก็แค่วันๆ หนึ่งกับใบปริญญาใบเดียว ไม่ได้การันตรีคุณภาพชีวิต หรือหน้าที่การงานอะไรหรอก แต่ก็นะพ่อแม่คงภูมิใจแหละ เรียนจบ ป.4 ทั้งคู่ ซ่อมรถทำนาส่งลูกเรียนจนจบทั้งสองคน ใครจะไม่ดีใจ ถึงตอนนี้จะไม่อยู่แล้ว แต่พ่อแม่จะอยู่ในใจลูกเสมอ”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. “เดลินิวส์ออนไลน์” สอบถามเพิ่มเติมไปยัง นายพิทักษ์ ทองแสง อายุ 25 ปี หรือ “ครูน๊อต” ครุศาสตร์บัญฑิต เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เปิดเผยว่า รูปที่ตนโพสต์นั้น ถ่ายในวันปริญญา วันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะนึกถึงช่วงที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ วันที่พี่ชายเรียนจบปริญญาตรี ท่านทั้งสองดีใจและตื่นเต้นกับพี่ชายมาก ซึ่งในวันที่ตนเรียนจบก็อยากมีภาพความทรงจำน่ารักๆ แบบนั้นบ้าง เห็นพ่อแม่มีความสุขก็แอบดีใจ แต่ความเป็นจริงวันที่เราสำเร็จ กลับไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิด โรคมะเร็งตับพรากพ่อไปเมื่อปี 57 ปี วัย 58 ปี ส่วนแม่เสียชีวิตอายุ 57 ปี ด้วยโรคมะเร็งปอดในปี 59 โดยแม่ต้องทนสู้โรคเริ่มตั้งแต่เป็นมะเร็งเต้านม ลุกลามเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และสุดท้ายมะเร็งปอดได้คร่าชีวิตท่านไป

 

“ผมห่างจากพี่ชาย 5 ปี ตอนนี้พี่ชายอายุ 30 ปีแล้ว ทำงานสาธารณสุขที่อุดรฯ ตอนเด็กๆ ก็สนิทกันครับ แต่พอโตขึ้นก็ห่างกันครับ ซึ่งกวันนี้เหลือกันสองพี่น้อง เราคุยกันทุกเรื่องครับ มีปัญหาอะไรจะปรึกษาพี่ชายเสมอ เพราะผมก็แค่เด็กบ้านนอกที่มาเป็นครูในกรุงเทพฯ น๊อตไม่ได้มองว่าลำบาก มันชินแล้ว พ่อซ่อมรถ แม่ทำนา ตอนนั้นไม่อยากไปโรงเรียน ก็เลยไปทำนากับพ่อแม่ พ่อบอกว่าจะได้รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ตั้งแต่นั้นก็คิดมาตลอดว่า เราต้องเก่งให้ได้ พ่อแม่เรียนแค่ป.4 เมื่อเรามีโอกาสต้องเรียนให้ท่านภูมิใจ” บัญฑิตหนุ่ม กล่าว

นายพิทักษ์ เผยอีกว่า ปัจจุบันเป็นครูที่รร.ประภามนตรี (บางนา) สอนวิชาภาษาอังกฤษ ป.1-ป.4 และวิชาประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ ได้ผ่านอุปสรรคมากมาย เช่นเหตุการณ์ที่แม่ป่วยครั้งที่ 3 และเป็นหนักมาก ขณะนั้นตนทำงานพนักงานร้านกาแฟชื่อดัง เพื่อหารายได้ส่งตัวเอง แต่เมื่อรู้ข่าวจากพี่ชาย นาทีนั้นทำไมตนต้องพบเจออะไรแบบนี้ เหมือนฉากในละคร นั่งร้องไห้คนเดียว ทำอย่างไรดี กลับบ้านดีไหม แสดงความเข้มแข็งให้เพื่อนเห็นว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่สุดท้ายตัดสินใจขอลาออกจากงาน กลับไปดูแลแม่กระทั่งจนหมดลมหายใจ ทำให้ตนหวนนึกถึงภาพตอนที่พ่อแม่ช่วยกันถอนกล้าข้าว ดำนา นำข้าวมาตาก แล้วตนกับพี่ชายได้ช่วยกันแบกกระสอบข้าว ฝนตกก็ต้องรีบมาเก็บ อยากให้พ่อกับแม่ ได้เห็นใบปริญญาว่าทำได้แล้ว แต่เวลาของท่านหมดลงเสียเสียแล้ว

“เราทั้งคู่จบได้เพราะท่านทำนา ตากข้าว มันเหนื่อยมาก ซ่อมรถหาเลี้ยงลูกทั้ง 2 จนเรียนจบ น๊อตอยากถ่ายรูปแบบพี่บ้าง อยากรีบแค่ไหนก็ไม่ทัน รีบหาเงินมาดูแลพ่อแม่ รีบจบหางานทำให้ท่านได้พัก แต่วันนี้ทำได้แค่บอกขึ้นไปบนฟ้า บอกพ่อกับแม่เป็นภาษาอีสานว่า อยากให้มีลูกแก้วมังกรเหมือนในดราก้อนบอลจัง จะออกตามหา อยากขอพรให้กลับมา มาถ่ายรูปรับปริญญาด้วยแค่ 1 ชม.ก็ยังดี ถ้าเป็นไปได้ลงมาจากสวรรค์ มายืนถ่ายรูปคู่น๊อตนะพ่อครับแม่ครับ” ครูหนุ่มรายนี้ กล่าวด้วยความคิดถึง.

 

ขอบคุณภาพ : @knotthong

ข้อมูลข่าวจาก

Facebook Comments