นับถือน้ำใจหนุ่ม 18 ไม่กลัวชาติหน้าเกิดมาอวัยวะไม่ครบ 32 แอบทำเรื่องบริจาคอวัยวะ หลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต พ่อแม่รู้ยอมให้ทำตามตั้งใจ ทำบุญครั้งใหญ่ช่วยต่อลมหายใจคนได้อีก 6 ชีวิต ร่วมอนุโมทนาบุญ

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ นายแพทย์สำเริง สีแก้ว รองผอ.ฝ่ายการแพทย์ นพ.พงศกร พงศาพาส ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง ผู้รับผิดชอบศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ พร้อมเจ้าหน้าที่และญาตินายพงศธร อัมพุธ อายุ 18 ปี ชาวจ.พะเยา ผู้เสียชีวิตที่แจ้งความจำนงค์ขอบริจาคอวัยวะผ่านศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าว กรณีที่นายพงศธรได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหลังจากเข้ารับการรักษาตัวที่รพ.เป็นเวลา 3 วัน โดยผู้เสียชีวิตได้ทำเรื่องขอบริจาคอวัยวะตัวเองเอาไว้ ทางรพ.จึงได้แจ้งให้ญาติรับทราบเพื่อดำเนินการตามความประสงค์ของผู้เสียชีวิต

นายแพทย์สำเริง กล่าวว่า ทางรพ.ต้องขอขอบคุณครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมากที่อนุญาตให้นายพงศธรได้บริจาคอวัยวะ เพราะถือว่าได้ประโยชน์ในช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิตได้อีกหลายราย ซึ่งถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ เพราะในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยกว่า 6,241 ราย ที่จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยส่วนใหญ่เป็นอวัยวะไตถึง 6,000 กว่าราย รองลงมาคืออวัยวะตับ 247 ราย หัวใจและปอดอย่างละ 23 ราย  ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงแต่พบว่าบริจาคอวัยวะได้ในปี 2562 มีเพียง 111 ราย และมีผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพียง 255 ราย ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอ ปัจจุบันรพ.จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ กรณีของนายพงศธร สามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายได้ถึง 6 ชิ้น คือ หัวใจ ตับ ไต 2 ข้าง กระจกตา 2 ข้าง สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการรักษาได้ถึง 6 ราย ซึ่งถือว่าเป็นบุญกุศลอย่างมาก

ด้าน นายวัชระ อัมพุธ อายุ 56 ปี บิดาของนายพงศธร กล่าวว่า บุตรชายของตนเรียนจบม.6 และได้สอบติดเตรียมเข้าเรียนที่ม.นเรศวร แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุขี่รถจยย.เสียหลักพุ่งลงข้างทางทำให้ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน และไม่รู้สึกตัวมาตั้งแต่อยู่ที่รพ.พะเยา จากนั้นจึงมีการส่งตัวมารักษาต่อที่รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ กระทั่งได้เสียชีวิตในที่สุด ทางครอบครัวของเราก็ได้รับทราบจากแพทย์ว่าบุตรชายได้ทำเรื่องขอขอบริจาคอวัยวะผ่านศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ซึ่งทำให้พวกเรารู้สึกแปลกใจและยังรับไม่ได้ในช่วงแรก แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเจตจำนงค์ของลูกที่เขาได้ตั้งใจเอาไว้ จึงได้ร่วมอนุโมทนาบุญ และคิดเสียว่าแม้เราจะเสียใจมากแต่ลูกของเราก็ได้ไปช่วยเหลือคนได้ถึง 6 คน จึงอนุญาตให้แพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอน

ขณะที่ นางเสาร์คำ อัมพุธ อายุ 47 ปี มารดาของนายพงศธร กล่าวว่า ปกติลูกชายเป็นคนดี ชอบทำบุญ และนิสัยเรียบร้อย ดูเงียบๆ ไม่ค่อยพูด เมื่อประมาณ 2 ปีก่อนลูกชายยังเรียนหนังสืออยู่ในชั้นมัธยมศึกษาได้แอบไปทำเรื่องขอบริจาคอวัยวะโดยที่ครอบครัวไม่เคยรับรู้มาก่อน จนมีจดหมายแจ้งตอบรับจากศูนย์รับบริจาคไปถึงบ้านจึงทราบเรื่อง ครั้งแรกก็รู้สึกน้อยใจและไม่เห็นด้วยกับลูกเพราะเกรงจะเป็นลางร้าย แต่เมื่อทราบถึงความต้องการของเขาที่จะทำบุญและยังได้รับทราบจากแพทย์ด้วยว่าปัจจุบันมีผู้ที่ขาดแคลนอวัยวะเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้ปรึกษาหารือกันแล้วก็อนุญาตเพื่อร่วมทำบุญกับเขาแล้ว

โดยอวัยวะของนายพงศธรทางแพทย์ได้นำไปปลูกถ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจวาย 1 คน ผู้ป่วยไตวาย 2 คน ผู้ป่วยตับวาย 1 คน และผู้ป่วยตาบอด 2 คน รวมทั้งหมด 6 คน และหลังจากทำการรับอวัยวะเสร็จทางโรงพยาบาลได้อำนวยความสะดวกให้มีพิธีส่งศพด้วยดอกไม้ธูปเทียนเพื่อให้ครอบครัวนำไปจัดการตามประเพณีที่ อ.ดอกคำใต้ โดยมีคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ให้ความเคารพร่างของนายพงษธร ทั้งนี้ในปัจจุบันทางศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะได้พยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เปลี่ยนความเชื่อเรื่องการบริจาคอวัยวะว่าเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องกลัวว่าการเกิดขึ้นใหม่ในชาติถัดไปจะต้องสูญเสียอวัยวะ แต่กลับจะเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ด้วยการต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ที่มา เดลินิวส์

Facebook Comments