วันที่ 7 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย มีการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ในการแก้ไขกฎหมายกัญชาเสรี เพื่อนำไปแก้ไขพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่) พ.ศ…. และ ร่างพระราชบัญญัติสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย พ.ศ… ก่อนนำเข้าสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า โดยมีนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย และผู้เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐ เอกชน ประชาชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

นายศุภชัย กล่าวว่า เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ที่เห็นควรให้เพิ่มเติมคือมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชาได้ไม่เกิน 6 ต้นต่อครอบครัว และปลูกเพื่อผลิตใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงหน่วยงานที่มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนากัญชาและฝิ่น เนื่องจากฝิ่นเป็นพืชอีกชนิดที่สามารถนำไปผลิตเป็นมอร์ฟีนได้ และหากทำได้จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศ และอาจต่อเนื่องเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ให้กับประเทศได้ด้วย

น.พ.สมนึก ศิริพานทอง กรรมการสมาคมเซลล์บำบัดไทย ระบุว่า ตนมีความเห็นว่าควรสร้างกติกาในการปลูกให้แข็งแรง การปลูกด้วยเมล็ดต้องได้รับการลงทะเบียน มีหน่วยงานรับรอง และหากกัญชาที่ปลูกมีค่าทีเอชซีเกิน 0.5 ก็ต้องนำไปเข้ากระบวนการทางการแพทย์ แต่ถ้าน้อยกว่านั้น ต้องนำไปใช้ประโยชน์ในทางเครื่องสำอางเท่านั้น นอกจากนี้ มีความเห็นว่า การอนุญาตให้ปลูกที่บ้านได้ ควรเป็นสายพันธุ์ที่มีค่าทีเอชซีไม่สูงมาก และมีที่มาของเมล็ดอย่างถูกต้อง

“สารทีเอชซี ไม่ได้เป็นสารตัวเดียวที่ใช้ประโยชน์ได้ในกัญชา และกัญชาไทยมีสารชนิดอื่นที่รักษาโรคเบาหวาน โรคต้อหิน และโรคอื่นได้ ดังนั้นถ้าต้องการปลูกกัญชาที่มีสารซีบีดี ก็สามารถปลูกในชุมชนได้ แต่ต้องมีโรงงานผลิตยารองรับ เพื่อการพึ่งพาตนเองของชุมชนได้ ผมยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ต้องอาศัยกัญชาจากต่างประเทศ เพราะเรามีพร้อม แค่ต้องทำต้นทางให้ถูกต้อง กรณีปลูกบ้านใช้ในครัวเรือน ต้องเป็นสายพันธุ์ที่ถูกต้องเท่านั้น” น.พ.สมนึก กล่าว

นางรสนา โตสิตระกูล เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ แต่ขอให้พรรคภูมิใจไทย ตอบข้อสงสัยในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทยว่า จะแก้ปัญหาการผูกขาดของภาครัฐ ที่กำหนดระยะเวลา 5 ปี ให้อยู่ในความควบคุมของสถาบันด้วยหรือไม่ รวมถึงกรณีการรับซื้อ สถาบันสามารถรับซื้อจากประชาชนที่ปลูกในครัวเรือน 6 ต้นด้วยใช่หรือไม่ และต้องขายให้กับสถาบันเท่านั้นหรือ และกรณีของหมอพื้นบ้านที่ต้องการซื้อกัญชา กำหนดให้ต้องซื้อจากสถาบันเท่านั้นใช่หรือไม่ เพราะหากถูกรัฐผูกขาดเป็นระยะเวลา 5 ปี แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านก็จะถูกปิดกั้น การอนุญาตให้ประชาชนปลูกในครัวเรือนได้ 6 ต้น ก็ไม่เกิดประโยชน์

นางรสนา กล่าวด้วยว่า ขอให้พรรคภูมิใจไทย ระบุเรื่องของการเปิดโอกาสให้แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน สามารถปลูกใช้ พัฒนาสายพันธุ์ ศึกษาวิจัยนวัตกรรมการรักษาโรคจากกัญชา เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากต่างชาติ หากไม่ทำอีกไม่นานประเทศไทยจะต้องซื้อสิทธิบัตรจากต่างชาติมาใช้แน่นอน

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต แสดงความเห็นว่า การเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายทำได้ แต่ขอให้อยู่ภายในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 และพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1972 และอนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1971

“ในมาตรา 28 ระบุว่า บรรดาภาคีประเทศต้องกำหนดมาตรการควบคุมเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดการค้า ผิดกฎหมาย ซึ่งใบของต้นกัญชา แสดงว่าต้องมีมาตรการควบคุมถ้าเราจะเป็นสมาชิกภาคีนี้อยู่ ขอเรียนว่า กัญชาและฝิ่น ไม่ได้บอกว่าห้ามใช้ แต่อนุสัญญานี้ระบุว่าจะไม่มีความผิดเลย ถ้านำไปใช้ทางแพทย์และทางวิทยาศาสตร์ อยู่ที่แต่ละประเทศนำไปกำหนดทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์อย่างไร”

นายปานเทพกล่าว กล่าวอีกว่า ในอนุสัญญานี้ให้คำจำกัดความว่า ต้องมีสถาบันขึ้นมาดูแล ของเราก็คือ สถาบันพืชยาเสพติดแห่งชาติ ที่อยู่ระหว่างการร่างพ.ร.บ.ควบคู่กัน ซึ่งต้องเป็นองค์การมหาชนเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินการใดๆ

นอกจากนี้ยังเห็นว่า ควรยกเลิกมาตรา 21 ในบทเฉพาะกาล ที่ระบุให้ผูกขาดกับรัฐเป็นระยะเวลา 5 ปี เพราะยังมีกลุ่มที่มีความสามารถในการผลิตและพัฒนาสายพันธุ์กัญชา ที่มีซีบีดีสูง ทีเอชซีต่ำ นำออกมาใช้ประโยชน์เพื่อประชาชนมากขึ้น หากปล่อยให้รัฐผูกขาดเช่นนี้ ประเทศจะล้าหลัง อย่างไรก็ตาม ควรอนุญาตให้แพทย์แผนไทยประยุกต์และหมอพื้นบ้าน ปลูกเพื่อขึ้นทะเบียนและใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และหากมีความเด่นชัดเรื่องกัญชา ก็ควรรับรองให้เป็นหมอพื้นบ้านทางด้านกัญชา หากทำเช่นนี้ ประเทศไทยจะรอดและเกิดพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ขึ้นได้

ทั้งนี้ นายศุภชัย ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ก่อนหน้านี้ว่า ขั้นตอนกฎหมายคงกำหนดไม่ได้ว่าจะต้องใช้เวลาทั้งหมดเท่าใด เพราะอาจจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการเงินที่นายกรัฐมนตรีต้องลงนาม และต้องถามความเห็นสภาด้วยว่าจะเห็นชอบหรือไม่ แต่ถ้าพิจารณากันจริงๆ ครึ่งปีก็เสร็จ ซึ่งการผลักดันกฎหมายนี้พรรคภูมิใจไทยเราทำตามที่เราหาเสียงไว้

ข้อมูลข่าวจาก: workpointnews

Facebook Comments