แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร แบ่งหนี้ 2 ส่วน(50/50) ส่วนแรกทำสัญญาผ่อนชำระใหม่ไม่เกิน 15 ปี ส่วนที่เหลือพิจารณาตามสภาพปัญหา

กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับ ธ.ก.ส. แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ส่วนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฯกลุ่มอื่น ให้เสนอผ่านมาทางสำนักงานกองทุนฟื้นฟูจังหวัด เพื่อนำมาพิจารณา

 

นายประยูร สุวรรณคำ เกษตรจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งเป็นไป ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลัง รวมทั้งเป็นไปตามข้อสังเกตุของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่รายงานผลการตรวจการบริหารงานของกองทุนฯที่ผ่านมา ดังนี้

  1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะดำเนินการแจ้งสาขา ทั่วประเทศ เพื่อแจ้งให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯและเป็นลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ณ.วันที่ 31ธันวาคม 2560 ที่ได้รับสิทธิ จำนวน 36,605 รายครั้งนี้ มาแสดงตนเพื่อแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่
  2. ธ.ก.ส.จะให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรซึ่งเป็นลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่มีหนี้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาทมาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่โดยให้นำหนี้เงินต้นที่ยังค้างชำระมาแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละเท่าๆกัน(50/50) แล้วนำหนี้ส่วนแรก(50)มาทำสัญญาใหม่เพื่อให้โอกาสเกษตรกรมาผ่อนชำระภายในเวลาไม่เกิน 15 ปี โดย ธ.ก.ส. จะคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติโดยกำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบกลั่นกรองคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะ เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้
  3. ในระหว่างการผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาใหม่นั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะร่วมกับ ธ.ก.ส. กองทุนฟื้นฟูฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนพัฒนาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง ตามความถนัด ของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีผลตอบแทนที่สามารถนำมาชำระหนี้ตามสัญญาใหม่และมีเหลือเพื่อการ ดำรงชีพอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะประสานงานภาคเอกชนมารับซื้อผลผลิตของเกษตรกรโดยมีการทำสัญญารับซื้อผลผลิตจาก เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ หรือหาตลาดรองรับผลผลิตเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการด้วย
  4. สำหรับหนี้เงินต้นส่วนหลังที่ค้างชำระอีกจำนวน 50 ส่วนและดอกเบี้ย นั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปหารือร่วมกับ ธ.ก.ส. เพื่อออกระเบียบในการดำเนินการให้เกิด ความเป็นธรรมกับเกษตรกรมากที่สุด ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับความหนักเบาของสภาพปัญหาของเกษตรกรแต่ละรายซึ่งจะได้มีการตกลงระหว่างเกษตรกรลูกหนี้กับธ.ก.ส.เจ้าหนี้เป็นรายๆไป เช่น หากเกษตรกรลูกหนี้เสียชีวิตโดยไม่มีทายาทมารับสภาพหนี้หรือเกษตรกรลูกหนี้เป็นผู้ป่วยทุพพลภาพหรือสูงอายุจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้และไม่มีรายได้ ธ.ก.ส.ก็อาจพิจารณาจำหน่ายหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญโดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาตามระเบียบของธ.ก.ส.ต่อไป สำหรับดอกเบี้ยเดิมส่วนที่ค้างไว้นั้น ธ.ก.ส.อาจจะพิจารณายกให้เกษตรกรลูกหนี้ด้วยก็ได้

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานงานกับสถาบันการเงินหรือธนาคารอื่นๆเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯส่วนที่เหลือกลุ่มอื่นๆให้ได้รับความเป็นธรรมและไม่มีผลกระทบระบบเศรษฐกิจและวินัยการเงินของประเทศด้วยซึ่งกลุ่มลูกหนี้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้ร่วมกับสถาบันการเงินแก้ไขปัญหาหนี้สินมีดังนี้
1.กลุ่มลูกหนี้ที่เป็นหนี้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐอื่นๆรวมทั้งสหกรณ์การเกษตรด้วย
2.กลุ่มลูกหนี้ที่เป็นหนี้เกินกว่า 2.5 ล้านบาทและเป็นหนี้ที่อ้างว่าเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร

 

ดังนั้น จึงขอให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯที่ต้องการเสนอแนวทางแก้ไขหนี้ดังกล่าวข้างต้น ได้ทำเป็นหนังสือโดยระบุรายละเอียดข้อเสนอต่างๆส่งผ่านสำนักงานกองทุนฟื้นฟูจังหวัด มายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ เพื่อจะได้นำพิจารณามาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินดังกล่าวต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องระดมสมาชิกทั้งหมดเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะจะเป็นการเสียทั้งเวลาประกอบอาชีพตลอดจนการทำมาหากินและค่าใช้จ่ายของเกษตรกรเอง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอยืนยันว่าจะได้ร่วมมือกับทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าวข้างต้นให้เป็นที่เรียบร้อยและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายต่อไป

ข่าวจาก….ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

 

Facebook Comments