กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทงบ500ล้านปล่อยกู้สมาชิก ดอกเบี้ยร้อยละ1 ต่อปี ช่วยภัยแล้งพื้นที่เกษตรเสียหาย ฟื้นฟูอาชีพรายละ3แสนบาท ขุดสระน้ำ ขุดเจาะบ่อบาดาล สร้างระบบกักเก็บน้ำพร้อมอุปกรณ์ รายละ1แสนบาท

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นายพิเชษฐ์  วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ซึ่งคาดว่าจะมีระยะเวลายาวนานไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อใช้สำหรับทำการเกษตร และส่งผลทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย ทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลง กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้จัดสรรเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ วงเงิน 500 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง สามารถขอกู้ยืมเงินนำไปลงทุนขุดสระ หรือสร้างบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์และเตรียมพื้นที่การเกษตรเพื่อป้องกันผลกระทบจากภัยแล้งในระยะยาว รวมถึงสามารถนำไปพัฒนาอาชีพหรือนำไปลงทุนประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ในช่วงหน้าแล้งปีนี้

สำหรับคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะขอกู้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์เพื่อบรรเทาปัญหาจากภัยแล้ง ต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตร ทั้งสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมงและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ประกอบอาชีพการเกษตร สามารถขอกู้เงินจากโครงการดังกล่าว เพื่อนำไปประกอบอาชีพเสริมที่ก่อให้เกิดรายได้ในระยะสั้น หรือฟื้นฟูอาชีพหลัก รายละไม่เกิน 30,000 บาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 1 ปี และการกู้เพื่อนำไปลงทุนเตรียมพื้นที่การเกษตร เพื่อป้องกันผลกระทบจากภัยแล้งในระยะยาว เช่น สร้างหรือปรับปรุงระบบกักเก็บน้ำพร้อมอุปกรณ์ ขุดบ่อน้ำในไร่นา หรือเจาะบ่อบาดาล สามารถขอกู้ได้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี

ขณะนี้ทุกจังหวัดได้ประสานกับสหกรณ์ต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการนี้ให้สหกรณ์ได้รับทราบและสำรวจความต้องการขอกู้เงินของสมาชิกสหกรณ์ เพื่อรวบรวมจำนวนสมาชิกและปริมาณเงินกู้ที่ต้องการและสามารถยื่นความประสงค์ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ผ่านทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพื่อจะเร่งเบิกจ่ายเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ ภายในเดือนมิถุนายน 2562 นี้ เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งได้มีเงินทุนไว้สำหรับการประกอบอาชีพและมีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อทำการเกษตรในระยะยาวต่อไปด้วย

ที่มา: เดลินิวส์

Facebook Comments