เลขาธิการกกอ. ติงอาจารย์ที่ปรึกษา “น้องแบม” รู้ปัญหาแต่เข้าไปแก้ไขช้า และยังตัดสินใจเร็ว โดยไม่ฟังข้อมูลรอบด้านก่อน ฝาก”สัมพันธ์” ดูแลเด็กจบการศึกษาให้ทัน

วันนี้( 20 มี.ค.) ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ตามที่  น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส)  ได้ออกมาเปิดเผยว่าไม่ได้รับความใส่ใจหรือรับฟังข้อมูลจากอาจารย์กรณีเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น  รวมทั้งถูกสั่งให้กราบขอโทษเจ้าหน้าที่ศูนย์   ถูกทุบหลัง2ครั้ง  และถูกสั่งให้เปลี่ยนหัวข้อทำวิจัยใหม่ ทำให้จบการศึกษาช้ากว่าเพื่อนๆ  ทำให้ มมส ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง อาจารย์หัวหน้าภาควิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มมส และทางมหาวิทยาลัยได้สรุปผลการสอบให้ตน นั้น ตนได้อ่านสำนวนสรุปผลดังกล่าวแล้ว มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะผลการสอบ ซึ่งเบื้องต้นได้คุยทางวาจากับศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มมส แล้ว  และจะทำหนังสือแจ้งเป็นทางการให้ มมส ภายในสัปดาห์หน้า โดยข้อสังเกต คือ1.อาจารย์หัวหน้าภาคซึ่งเป็นอาจาย์ที่ปรึกษาของนิสิตด้วยนั้น ทราบเรื่องที่นิสิตกรอกแบบฟอร์มแทนชาวบ้าน และเกิดความรู้สึกกังวลไม่สบายใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อาจารย์ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ กว่าจะลงพื้นที่ที่ศูนย์พักพิงฯ ตนถือว่าช้าเกินไป หรือไม่ใส่ใจ ซึ่งความใส่ใจต่อปัญหาคงไม่ใช่แค่ตอบผ่านไลน์ 2.เมื่ออาจาย์ที่ปรึกษาพบปัญหาแล้วและได้ลงพื้นที่ที่ศูนย์พักพิงฯ ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของศูนย์พักพิงฯหรือที่เรียกว่าอาจารย์ภาคสนาม ใช้เวลา 10 นาที ก็ตัดสินใจให้นิสิต กราบขอโทษ โดยยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ทำให้นิสิตเกิดความเครียด อาจเป็นจุดที่ทำให้นิสิตตัดสินใจนำเรื่องแจ้ง ปปท.  3.กรณีที่ภายหลังจากอาจารย์ที่ปรึกษาทราบเรื่องว่า นิสิตแจ้งเรื่องกับ ปปท.แล้ว และได้เรียกตัวนิสิต ทั้ง 4 คนมาพบ และเกิดเหตุการณ์ทุบไหล่ นั้น สรุปว่ามีการทุบไหล่จริง

 

“ผมได้ตั้งข้อสังเกตอาจารย์ที่ปรึกษาคนนี้ว่าเมื่อทราบปัญหาแล้ว ลงไปรับมือกับปัญหาช้าเกินไป และเมื่อไปรับฟังปัญหาแล้ว การตัดสินใจอาจจะเร็วไปที่ให้เด็กกราบขอโทษโดยยังไม่ฟังข้อมูลรอบด้าน ส่วนกรณีทุบไหล่เด็ก ซึ่งการสัมผัสเด็กบางทีก็ไม่เหมาะแม้จะเป็นผู้หญิง ส่วนเรื่องการทำวิทยา

นิพนธ์ เป็นเรื่องภายในมหาวิทยาลัย แต่จากสำนวนพบว่า นิสิตไม่ได้เปลี่ยนหัวข้อ แต่เปลี่ยนพื้นที่การเก็บข้อมูล โดยนิสิต 4 คน ยืนยันขออยู่กับอาจาย์ที่ปรึกษาคนเดิม แต่การเปลี่ยนพื้นที่อาจส่งผลต่อระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่อาจทำให้จบการศึกษาช้าได้  ผมได้ขอให้อธิการบดีช่วยดูแล ซึ่งอธิการบดี ก็ยืนยันว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการจบการศึกษาของนิสิต”   ดร.สุภัทร กล่าว

 

 

 

ข้อมูลข่าวจาก

Facebook Comments