กระติบนิวส์

“อธิบดีพส.”สั่งพักราชการขรก. 5 คน -ตั้งสอบวินัยร้ายแรงเพิ่ม 9 แห่ง เอี่ยวโกงเงินคนจน ระบุป.ป.ท. ยังไม่ประสานมาให้เด้ง 4  ผอ.ศูนย์ฯ เข้ากรุ เหตุจุ้นกับพยานในพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้า การตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของหน่วยงานสังกัด พส.ว่า ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. ตนได้ลงนามสั่งพักราชการ ข้าราชการในสังกัด ให้ขาดจากเงินเดือนและสวัสดิการแล้ว 5 คน คือ ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการของศูนย์ฯ ขอนแก่น  2 คน ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.เชียงใหม่ 1 คน และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ 2 คน ทั้งนี้เป็นข้าราชการสังกัดพส. 3 คน และข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงพม. 1 คน และข้าราชการสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) 1 คน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. เป็นต้นไป

 

“นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเพิ่ม 9 แห่ง คือ  ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.พัทลุง จ.สุราษฎร์ธานี  จ.ตราด นิคมสร้างตนเองสุคีริน จ.นราธิวาส นิคมสร้างตนเองรัตภูมิ จ.สงขลา นิคมสร้างตนเองควนขนุน จ.พัทลุง นิคมสร้างตนเองตากฟ้า จ.นครสวรรค์ และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก 28 แห่ง” นางนภา กล่าว

 

นางนภา ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)  เสนอให้ย้ายผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่งจ.ตรัง ,จ.นครพนม ,จ.ชัยภูมิ ,จ.บุรีรัมย์  รวม 4 แห่ง ออกจากพื้นที่เพื่อเปิดทางในการสอบ เนื่องจากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ ว่า ที่ผ่านมาตนได้มีการหารือกับเลขาป.ป.ท.ในการจัดส่งข้อมูลเอกสารการตรวจสอบของป.ป.ท. รวมถึงที่ได้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปแล้ว เพื่อที่จะได้ประสานข้อมูลเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ซึ่งหากข้อมูลมีการระบุความผิดชัดเจน พส.จะได้ดำเนินการสั่งย้ายผู้เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ได้ทันที ทั้งนี้เข้าใจว่าป.ป.ท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลในส่วนที่เปิดเผยได้เพื่อจัดส่งให้กับกระทรวง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว รวมถึงศูนย์ฯ ทั้ง 4 แห่งที่ได้กล่าวมา มีแต่เพียงได้รับทราบผ่านสื่อ อย่างไรก็ตามกรณีของผอ.ศูนย์ทั้ง 4 แห่งนี้หากพบความผิดชัดเจน ก็จะสั่งย้ายออกจากพื้นที่ทันที ก่อนที่จะได้รับหนังสือจากป.ป.ท. ซึ่งทางกฎหมายมีขั้นมีตอน แต่ตนจะพยายามทำให้เร็วที่สุด

ด้านพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า  พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.จะเข้ามารายงานความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ช่วงเที่ยงของวันนี้ ( 2 เม.ย.) ทั้งนี้ทางพล.อ.อนันตพร ได้รับปากว่าจะสามารถสรุปผลได้ในวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา และ เบื้องต้นทราบว่ามีการตรวจสอบไปแล้ว 59 แห่ง ส่วนกรณีที่ประธานสอบวินัยร้ายแรงปลัดและรองปลัดพม. ระบุว่าเวลา 30 วันไม่เพียงพอในการสอบสวนนั้น ต้องให้พล.อ.อนันตพร พูดคุยกับทางประธานอีกครั้ง แต่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าอยากให้การสอบสวนวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องให้เสร็จภายใน 30 วัน นอกจากนี้สำหรับเรื่องเส้นทางการเงินในเรื่องดังกล่าวนี้ว่าจะทราบชัดเจนหรือไม่นั้น เป็นเรื่องในส่วนของความผิดทางอาญา ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.) และ ป.ป.ท. ที่จะต้องดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน.

 

 

 

ข้อมูลข่าวจาก

ภาพจาก