นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ผ่านงบกลางจำนวน 50,000 ล้านบาท ด้านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเตรียมมาตรการดูแลทางการเงินกว่า 207,000 ล้านบาท คาดจะสามารถกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ได้กว่า 316,000 ล้านบาท

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะออกแพคเก็จ 3 ด้าน ได้แก่

มาตรการที่ 1 ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยจะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งใน 13 จังหวัด จำนวน 909,000 ราย ที่เป็นหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยจะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เป็นระยะเวลา 1 ปี ขณะที่เกษตรกรรายย่อยจะได้รับสินเชื่อฉุกเฉินจำกัดไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย ฟรีดอกเบี้ยปีแรก วงเงินทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาท สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมเสียหายจากภัยแล้ง วงเงินรายละไม่เกิน 5 แสนบาท รวมวงเงิน 5,000 ล้านบาท และมาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/2563 ให้แก่เกษตรกรที่มีการขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 3 ล้านราย

มาตรการที่ 2 กระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ จะสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศผ่านโครงการ ชิม ชอป ใช้ ข้ามจังหวัด โดยให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารกรุงไทย เป้าหมาย 10 ล้านคน เงื่อนไขจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยจะได้รับเงินจากการท่องเที่ยวผ่านอีวอลเลทจำนวน 1,000 บาท สามารถใช้จ่ายผ่านแอปฯ ได้ทันที และเมื่อใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวครบ 3 หมื่นบาท จะได้รับเงินคืนในอัตราร้อยละ 15 จากการใช้จ่ายเป็นต้น นอกจากนี้ จะยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย ที่เดินทางมาประเทศไทยซึ่งจะมีการหารือถึงความชัดเจนอีกครั้งกับหน่วยงานความมั่นคง ด้านสถาบันการเงินของรัฐทั้งธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสิน จะเข้ามาสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อพิเศษให้กับ SME วงเงินรวม 1 แสนล้านบาท ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน เตรียมวงเงินดูแล 52,000 ล้านบาท และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะยกเว้นค่าธรรมเนียม 2 ปีแรกให้กับเอสเอ็มอีและสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้

ส่วนมาตรการที่ 3 จะช่วยเหลือค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย ผ่านกลไกบัตรสวัสดิการณ์แห่งรัฐ เพิ่มเป็น 500 บาทต่อราย จากเดิมผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท จะได้รับเงินข่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือนจะได้เพิ่มเป็น 800 บาทต่อราย และผู้มีรายได้ 3 หมื่นถึง 1 แสนบาท ได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาท ต่อเดือนจะได้รับเพิ่มเป็น 700 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้สูงอายุจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท และให้เงินดูแลเด็กแรกเกิด เพิ่มอีกเดือนละ 300 บาท โดยการช่วยเหลือเงินผ่านบัตรฯ มีระยะเวลา 2 เดือน คือสิงหาคมและกันยายนนี้

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

Facebook Comments