ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ของรัฐบาล ที่เป็นการจับมือร่วมกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนอย่างเป็นระบบ ให้มีความสามารถในการชำระหนี้ได้มากขึ้น ไม่กลายเป็นหนี้เสียค้างชำระ

ล่าสุดได้มีการเดินหน้าต่อเนื่องเป็นโครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากโครงการระยะเเรกที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย (NPL) ของธนาคารพาณิชย์เท่านั้น

เนื่องจากกลุ่มลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการไม่ได้เป็นเพียงลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้ในกลุ่ม Non – bank (สถาบันการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น บริษัทบัตรเครดิต ลีสซิ่ง และสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัทประกันภัยและประกันชีวิต เป็นต้น) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของทั้งหมดอีกด้วย

ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ประชาชนที่มีภาระหนี้ ได้มีโอกาสพ้นวิกฤติทางการเงินและกลับมามีฐานะที่มั่นคงอีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งหนี้นอกระบบ

จึงมีการปรับเงื่อนไขให้ครอบคลุมลูกหนี้มากขึ้น โดยเฉพาะลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้ของ Non – bank ให้สามารถเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ โดยเข้ามาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียวก็เหมือนกับได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกราย เรียกได้ว่า “หนี้บัตรทบ จบที่เดียว”

โดยมีผู้ประกอบการ Non – bank 19 แห่ง เข้าร่วมโครงการ และเมื่อรวมกับธนาคารพาณิชย์ 16 แห่ง ที่ร่วมโครงการอยู่แล้ว จะทำให้โครงการคลินิกแก้หนี้ครอบคลุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเกือบทั้งระบบ

สำหรับการช่วยเหลือ คือ จะให้ลูกหนี้ผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งปรับอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิมที่เคยจ่ายประมาณ 20 – 25% ให้เหลือเพียง 4 – 7% ตามช่วงรายได้ ทำให้ผ่อนต่อเดือน 500 – 1,000 บาทเท่านั้น พร้อมขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้สูงสุด 10 ปี และกำหนดให้มียอดชำระต่อเดือนที่ไม่มากเกินไป จนเป็นภาระในการดำรงชีวิต แต่มีข้อกำหนดว่าห้ามก่อหนี้เพิ่มในระยะเวลา 5 ปี

ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับจากโครงการฯ คือ เป็นการรวมหนี้ และผ่อนชำระในที่เดียว โดยไม่ต้องคอยกังวลว่าจะถูกทวงถามหนี้จากเจ้าหนี้หลายราย อีกทั้งทำให้เกิดการวางแผนทางการเงินที่ดีได้อีกด้วย

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ คือ
• เป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 65 ปี
• มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
• ไม่ถูกดำเนินคดี หรือ ถูกดำเนินคดีแต่ต้องยังไม่มีคำพิพากษา
• เป็นหนี้เสีย คือ ไม่ได้ชำระหนี้ หรือไม่ได้ชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคาร หรือผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินที่เรียกว่า Non – Bank ตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป เป็นระยะเวลานานติดต่อกันมากกว่า 90 วัน และก่อนวันที่ 1 ม.ค. 62

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้ารับคำปรึกษาและร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตามช่องทางการติดต่อนี้
– เว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com
– ติดต่อ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด SAM หรือ บสส. กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด 4 สาขา ได้แก่ สาขาสุราษฎร์ธานี ขอนแก่น พิษณุโลก และเชียงใหม่
– สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0 2610 2266

โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 60 – ปัจจุบัน มีผู้สนใจสมัครเข้าโครงการถึง 44,600 ราย มีลูกหนี้ที่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้สำเร็จ 1,500 ราย โดยมีลูกหนี้ที่ชำระหนี้สำเร็จและออกจากโครงการแล้ว 16 ราย

โครงการคลินิกแก้หนี้ ถือเป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศได้อย่างกว้างขวางและครบวงจรอย่างแท้จริง

ที่มา ไทยคู่ฟ้า

Facebook Comments