แม่ น้องต้าแง ยันถ้าผลผ่าศพรอบ 3 ออกมาเหมือนเดิม มั่นใจต้องมีอะไรผิดปกติ แม้ไม่มีหลักฐานก็ตาม ทูตแรงงานพม่าพาร้องกองปราบ จัดทีมคลี่คลายข้อสงสัย

น้องต้าแง จากกรณี ด.ช.ซูลุยพิว หรือ น้องต้าแง อายุ 2 ขวบ สัญชาติเมียนมา หลงในไร่อ้อยหมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. โดยพบอยู่ห่างจากจุดสูญหายประมาณ 5 กิโลเมตร เบื้องต้นผลชันสูตรทั้ง 2 ครั้ง ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันพ่อ-แม่และญาติๆ ยังคาใจ ไม่เชื่อลูกตายเอง น่าจะถูกฆาตกรรม และได้ส่งศพไปชันสูตรรอบ 3 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. นายออง มิน เจ้าหน้าที่ทูตแรงงาน จากสถานทูตเมียนมา พร้อมด้วย นายผิว และ นางมอ พ่อและแม่ของ ด.ช.ซูลุยพิว ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ธีรพจน์ คงหนู สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ให้ช่วยสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของลูกชาย

นายออง มิน กล่าวว่า เบื้องต้นได้ติดต่อมาที่กองปราบ เพื่อขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดตามคดีดังกล่าว ขณะที่ในส่วนของข้อเคลือบแคลงสงสัยต่างๆ ที่ทางครอบครัวของผู้ตายได้ร้องทุกข์เข้ามาทางสถานทูตนั้น ทางเราไม่ได้เป็นผู้พิจารณาหรือตัดสินข้อเท็จจริงหรือกำหนดรูปคดีให้เป็นไปในทิศทางใดได้ เนื่องจากอำนาจในคดีทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตัดติดใจว่าคดีนี้จะถูกคลี่คลายลงในรูปแบบใด

อย่างไรก็ตามการที่ผู้เสียหายมาร้องขอ ทางเราก็มีหน้าที่มาเป็นตัวแทนประสานกับทางกองปราบเพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมต้องมาร้องที่กองปราบนั้น เป็นความประสงค์ของทางครอบครัวผู้ตาย ส่วนเราเป็นทูตก็ต้องมาช่วยเท่านั้นเอง ซึ่งหลังจากเข้าพูดคุยกับทางตำรวจกองปราบแล้วนั้นเบื้องต้นทางกองปราบก็ได้ตอบรับว่าจะรับทำคดีดังกล่าวให้

ด้านนางมอ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตนยังเคลือบแคลงสงสัยทางคดี เนื่องจากตนในฐานะที่เป็นแม่ แต่ตอนที่พบเจอศพเจ้าหน้าที่กลับกันไม่ให้เข้าไปดูในที่เกิดเหตุ ทั้งๆ ที่ตนหวังว่าจะได้เจอหน้าของลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังดี ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้นตนก็ค่อนข้างรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ขณะที่อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ตนไม่สบายใจคือการนำศพลูกไปชันสูตรโดยไม่บอกกล่าว และไม่มีการยินยอมจากเรา

แต่อย่างไรก็ตามถ้าผลการชันสูตรอย่างละเอียดออกมาอีกครั้งพบว่าต่างกับครั้งแรกคือเป็นตามที่คาดการณ์ไว้ก็ต้องมีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่แตกต่างตนก็ยังข้องใจอยู่เพราะเชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับลูกตน แม้จะไม่มีหลักฐานแต่ที่เห็นในรูปตนก็มั่นใจเช่นนั้น ส่วนประเด็นที่ลูกตนขาไม่ดี ลูกตนเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่แค่ไม่ได้มีใบรับรองมายืนยันเพียงเท่านั้น

เนื้อหาข่าวจาก

Facebook Comments