วันที่ (8 พ.ย.) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าว จ.มหาสารคามลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 339 หมู่ 16 บ้านปะหลาน ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย หลังได้รับแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น คือมีไฟลุกไหม้ขึ้นเองอย่างไม่ทราบสาเหตุมานานกว่า 2 เดือน รวมแล้วกว่า 50 ครั้ง สร้างความประหลาดใจและความงุนงงให้แก่เจ้าของบ้าน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือ และหาสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้

ด้านหน้าบ้านหลังเกิดเหตุมีการตั้งเต็นท์ของ อบต.ปะหลาน จำนวน 2 หลัง มีเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ รวมถึงที่นอนหมอนมุ้งอยู่ภายในเต็นท์ และพบตู้และเสื้อผ้ามีร่องรอยถูกไฟไหม้อยู่ด้านนอกบ้าน

นางบุญมี ภูมิศรีจันทร์ เล่าว่า บ้านหลังนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2540 บนพื้นที่ 152 ตารางวา อาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน มีตนเอง ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชาย โดยตนและลูกชายมีอาชีพขายลูกชิ้น ก่อนหน้านี้ทุกคนก็อยู่ด้วยกันดี แต่เมื่อเดือนกรกฎาคม 61 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่า ทำให้ของใช้พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจึงได้มาดูก็พบว่าตัวมิเตอร์ไหม้เสียหาย จึงได้ตัดกระแสไฟในบ้านให้ หากจะใช้ไฟฟ้าก็จะต่อไฟใช้จากมิเตอร์และใช้ในจุดที่จำเป็น

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น ขณะที่ตนและลูกชาย ลูกสะใภ้กำลังนั่งเสียบลูกชิ้นอยู่นอกบ้านก็ได้กลิ่นไหม้ พบว่าเกิดไฟลุกไหม้ที่บริเวณกลางบ้านจึงได้รีบนำน้ำมาดับไฟ จากนั้นก็มีไฟลุกไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุอีก รวมวันเดียว 13 ครั้ง ตนจึงได้แจ้งให้ อบต.ปะหลานเข้ามาช่วยเหลือ ทาง อบต.ปะหลานก็ได้นำถังดับเพลิงมาให้จำนวน 4 ถัง และนำเต็นท์มาติดตั้ง ก่อนที่ตนจะย้ายข้าวของเครื่องใช้ออกมาไว้ที่เต็นท์ชั่วคราว

 

จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก 15 วันติดต่อกัน เฉลี่ยวันละ 3-5 ครั้ง ก่อนจะเว้นช่วงไปไม่เกิดเหตุอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ล่าสุดมาเกิดเหตุขึ้นอีกวันที่ 28 ตุลาคม และต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ โดยจุดล่าสุดเกิดขึ้นบริเวณแผงสวิชต์ควบคุมไฟฟ้า แต่ว่าที่บ้านตัดไฟไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ว่าไฟฟ้าจะลัดวงจร

โดยสภาพภายในบ้านพบมีร่องรอยของการเกิดเพลิงไหม้หลายจุด ซึ่งข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่ถูกย้ายออกไปวางไว้นอกบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้มีสื่อนำที่จะทำให้เกิดไฟไหม้ได้

นางบุญมียังบอกอีกว่า ทุกวันนี้ตนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากรู้ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร หรือจะเป็นสิ่งลี้ลับ ก็ได้ให้หลวงพ่อที่ตนเองไปปฏิบัติธรรมอยู่ด้วยมาช่วยปัดเป่า พรมน้ำมนต์ แต่เหตุการณ์ก็ยังไม่สงบเสียที แจ้งไฟฟ้าฯ ไฟฟ้าฯ มาดูแล้วก็บอกว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากไฟฟ้า ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แจ้ง อบต. อบต.ก็นำเต็นท์มาตั้ง นำถังดับเพลิงมาให้แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ต่อ

“ตอนนี้เครียดมาก ลูกชิ้นก็ไม่ได้ไปขาย ให้แต่ลูกชายไปขาย ต้องคอยอยู่เฝ้าบ้านตลอดเวลาเพราะไม่รู้ว่าจะมีไฟไหม้เกิดขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาดูแล และหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ให้ด้วย”

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย อบต.ปะหลาน และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งมีร่องรอยไฟไหม้ภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านจำนวนกว่า 10 จุด ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าไฟได้ลุกไหม้ตู้ เตียง ผ้าห่ม และแผงไฟ ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกันว่าจะดำเนินการช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ได้อย่างไร

 

นายเสนีย์ ดอนศรีโยเพชร เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ ปภ.จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า กลไกในการเกิดไฟประกอบด้วย 3 สิ่ง คือ อากาศ เชื้อเพลิง และความร้อน เบื้องต้นจากการตรวจสอบ ณ ตอนนี้ยังไม่พบแหล่งความร้อนใดๆ ที่จะทำให้ไฟเกิดขึ้นมา ทำให้ต้องหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ต่อไป อย่างไรก็ตามได้แจ้งให้เจ้าของบ้านเคลื่อนย้ายสิ่งของที่สามารถติดไฟได้ออกจากบ้านเพื่อลดผลกระทบและปริมาณเชื้อไฟที่จะเกิดขึ้น จำพวก ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าม่าน โต๊ะตู้เตียงที่ทำจากไม้อัด ทั้งนี้หากถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝีมือมนุษย์หรือไม่ ก็ต้องหาหลักฐานเชิงประจักษ์มายืนยันต่อไป

ด้านนางกาญจนา ไชยคำมิ่ง รองปลัด อบต.ปะหลาน รักษาราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปะหลาน กล่าวว่า ทาง อบต.ได้ประสานไปยังมหาวิทยาลัยมหาสารคามเพื่อให้ส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ต้องประสานกันอีกครั้งว่าจะมาลงพื้นที่ได้วันไหน เบื้องต้น อบต.ได้นำถังดับเพลิงมามอบให้จำนวน 4 ถัง และเต็นท์ 2 หลังเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว

ส่วนในด้านการช่วยเหลือได้ตั้งคณะกรรมการสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อการช่วยเหลอประชาชน ตามอำนาจหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560 ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ยังไม่สงบ

ดังนั้นจึงยังไม่สามารถสรุปภัยได้ อีกทั้งได้ประสานกับอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยจัดเจ้าหน้าที่ อปพร. และชุด ชรบ.มาเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และจะได้นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้บริเวณรอบบ้านเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุต่อไป

 

ภาพและเนื้อหาข่าวจาก

 

Facebook Comments