อสม.ช่วยดูแลครอบครัวเปราะบาง 7 กลุ่มเสี่ยงกว่า 3.8 ล้านสู้วิกฤติโควิด19

ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร ชี้ อสม.ดูแลช่วยเหลือครอบครัวเปราะบาง 7 กลุ่มเสี่ยงกว่า 3.8 ล้านที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดโรคโควิด 19 แนะใช้แนวทางสร้างทุนสังคมช่วยเหลือและสร้างเครือข่ายดูแลกันในทุกวิกฤติที่เกิดขึ้น

วันที่ (4 มิถุนายน 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เปิดเผยถึงผลกระทบโควิด 19 ต่อสถาบันครอบครัวว่า ครอบครัวไทยทั้งในเมืองและชนบทล้วนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ทั้งจากการระบาดของโรค และผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยพบว่ามีครอบครัวเปราะบางที่จะได้รับผลกระทบประมาณ 3.8 ล้านครอบครัว หรือประมาณ 15 ล้านคน ประกอบด้วย กลุ่มยากจนและขาดแคลน กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว กลุ่มครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว กลุ่มเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการ กลุ่มไร้สถานะบุคคล อาทิ แรงงานต่างด้าว และกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งในเขตเมืองและชายขอบ โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่ส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวเดี่ยว บางส่วนเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว กลุ่มคนไร้บ้าน และชุมชนแออัดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการที่ต้องเข้ามาอาศัยและทำมาหากินอยู่ในเมือง

ดร.นพ.โกมาตรกล่าวต่อว่า อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม.เป็นบุคคลที่เข้าถึงและช่วยดูแลความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง ติดตามดูแลทั้งการเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด 19 ช่วยคัดกรอง ให้คำแนะนำ และประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในครอบครัว หรือความเครียดตามมา สอดคล้องกับแนวทางการสร้างทุนสังคม เพื่อรองรับเมื่อชุมชนต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤติ โดยส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายช่วยเหลือกัน ดังตัวอย่างในช่วงสถานการณ์โควิด 19 มีการจัดส่งปลาทะเลจากชุมชนชาวประมงไปแลกข้าวจากชาวนา หรือการที่ภาครัฐมีนโยบายไม่ทอดทิ้งประชากรกลุ่มเปราะบางช่วยเหลือแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไป และการกระจายอำนาจให้ภาครัฐเข้าถึงการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง


อ่านข่าวเพิ่มเติมคลิก

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.