Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น

ข่าวดี!! ขนส่งเปิดอบรมใบขับขี่ เสาร์ – อาทิตย์ ฟรี

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น

บิ๊กป้อม สั่งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ปูพรมป้อนน้ำเข้าประปาหมู่บ้าน-ขุดบ่อบาดาล

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น

2 ชม. ถึง กรุงเทพฯ “มอเตอร์เวย์ สายอีสาน” คืบหน้าแล้ว 70% คาดเปิดใช้งาน ปี 64

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น ทั่วไป

‘สมศักดิ์’ เล็งลดจำนวนคนในเรือนจำ โดยใช้กำไลอีเอ็ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่รัฐสภา มีการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีกระทู้ถามจาก นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา เรื่อง ปัญหาคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานเครื่องติดตามตัวอิเลกทรอนิกส์ หรือ กำไลอีเอ็ม ถึงการตรวจสอบมาตรฐานการใช้งานกำไลอีเอ็มของภาครัฐ โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ตอบกระทู้ดังกล่าว

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น ทั่วไป

เรียกตรวจปืน 300 กระบอกในลพบุรีเทียบเคียงอาวุธคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 มกราคม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.(ปป.) เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนที่คอยติดตามสถานการณ์คดีคนร้ายปล้นร้านทองในห้องโรบินสัน สาขาจังหวัดลพบุรี มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคดีนี้อย่างเข้มงวด โดยทางผู้บังคับบัญชาทั้งในระดับนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับต้องเอาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะฉะนั้นทีมชุดสืบสวนไม่ได้นิ่งเฉย ได้แบ่งหน้าที่กันไปทำอย่างเร่งด่วน

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น

ม.นเรศวร แจง!! กำลังพิจารณาวิชา รักชาติยิ่งชีพ เชิญ อุ๊-เทือก-พุทธะอิสระ มาสอน

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น ทั่วไป

คืบหน้า! เบาะแสโจรปล้นทองฆ่า 3 ศพ!

วันที่ 11 ม.ค. คืบหน้า คดีสะเทือนขวัญคนร้ายสวมไอ้โม่ง ใส่เสื้อแขนยาวดำ สวมกางเกงลายพราง ใช้อาวุธปืนเก็บเสียงบุกปล้นร้านทองออโร่ร่า ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี แล้วยิงรปภ. พนักงานหญิง และลูกค้าที่อยู่หน้าร้านอย่างเลือดเย็นและโหดเหี้ยมมีผู้เสียชีวิต 3 ราย มีน้องไทตัล วัย 2 ขวบ รวมอยู่ด้วย โดยผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น ทั่วไป

แล้งหนัก! 14 จังหวัด เตรียมแผนช่วยเหลือ

ขณะนี้ มี 14 จังหวัดที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศเป็นเขตภัยแล้ง รวม 69 อำเภอ 420 ตำบล 3,785 หมู่บ้าน/ชุมชน

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น ทั่วไป

กรมชลฯ วอนหยุดทำนา-ลอบสูบน้ำ ชี้ภัยแล้งกระทบทำน้ำประปา 43 จังหวัด

วันที่ 2 ม.ค. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สภาพากาศที่ร้อน ความชื้นมีน้อย การระเหยของน้ำมีสูง ทำให้ปริมาณน้ำสูญเสียไปมาก จากประมาณการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกในเดือน ม.ค. – พ.ค. จะมีน้อยมาก รวมไปถึงต้นฤดูฝนปี 2563 ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนปัจจุบันต้องลากยาวไปจนถึงเดือนก.ค. ล่าสุดกรมชลประทาน ระบุว่า ภัยแล้งปี 2563 รุนแรงเท่าปี 2558 แต่น้ำน้อยกว่าแห้งเร็วกว่า ฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16% พื้นที่ประมาณ 43 จังหวัดเสี่ยงภัยแล้งรุนแรง

ดังนั้นกรมชลประทาน จำเป็นต้องปรับแผนการระบายให้จากเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้นอีก 10 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวัน เพื่อละลายน้ำเค็มที่คาดว่าจะรุกเข้ามามากขึ้นในเดือน ม.ค. – ก.พ. ซึ่งจะส่งผลให้มีการใช้น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้น จึงจำเป็นที่ต้องฝันน้ำจากฝั่งตะวันตกเข้ามาช่วย ผ่านคลองประปา รวมทั้งที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในขณะที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำเร่งการระบายให้ทันไล่น้ำเค็มภายใน 6 ชั่วโมงเท่านั้น

จากการสำรวจพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังรอบที่ 2 บริเวณลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้พบว่ามีมากกว่า 2-2.9 ล้านไร่ โดยในจังหวัดนครสวรรค์ปลูกมากที่สุดเกินแผนไปแล้ว 7 หมื่นไร่ และฉะเชิงเทรา 7 พันไร่ นาปรังเหล่านี้จะต้องการน้ำมากที่สุดในช่วงเดือน ก.พ. – มี.ค. ที่เป็นช่วงการเจริญเติบโตแต่มีน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงน้อย เสี่ยงต่อการขโมยสูบน้ำรายทางที่มีสถานีสูบน้ำมากกว่า 100 แห่งขึ้นไป

สทนช.จึงประสานกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ กับเกษตรกร ให้เห็นความสำคัญการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นหลัก และประเทศไทยจะเห็นภาพภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้นไปอีกในเดือน เม.ย.- มิ.ย. จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือเพื่อประหยัดการใช้น้ำอย่างจริงจัง

ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามและปรับแผนให้สอดคล้องกับ สถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยที่มีความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะได้รับผลกระทบได้ในอนาคต เช่น ลุ่มเจ้าพระยา ภาคตะวันออก และจังหวัดภูเก็ต ต้องวางกรอบแนวทางมาตรการเฉพาะพื้นที่เป็นระยะๆ

ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ภัยแล้งที่ปี 2562/63 จะมีความรุนแรงใกล้เคียงกับปี 2558 ที่มีน้ำน้อยกว่า แต่ปีนี้สถานการณ์น้ำในแม่น้ำ ลำคลองแห้งเร็วกว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และการสูบนำไปใช้ ดังนั้น ตั้งแต่ต้นปี 63 เป็นต้นไป จะเห็นภาพแล้งที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น และจะรุนแรงมากยิ่งไปอีก เมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพ.ค.เป็นต้นไป เพราะทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานในที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ว่าปริมาณฝนตกจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประมาณ 16% จากเดิมคาดการณ์ไว้ว่าปริมาณผลจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเดือนหน้าสิ้ฤดูแล้งถึงต้นฤดูฝน

ล่าสุดได้ตั้งกรมชลประทานได้ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้งปี 2562/63 เพื่อเป็นไปตามข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และข้อห่วงใยของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่กังวลว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2563 จะรุนแรง และกระทบกับน้ำกินน้ำใช้ ในหลายพื้นที่ ขณะนี้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องของภัยแล้งปีนี้ ที่ทวีความรุนแรงอย่างมาก ให้ประชาชนคนใช้น้ำได้ตระหนักรู้หากใช้น้ำไม่ประหยัด จะทำให้ผลกระทบต่อน้ำกินได้

“ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด กรมชลประทานประกาศไม่ให้มีการปลูกข้าว ไม่ส่งน้ำสำหรับสนับสนุนการทำนา แต่ขIะนี้มีการใช้น้ำเกินแผนที่วางไว้ ทุกเดือนมีการใช้น้ำเกินแผน 4% และในแต่ละพื้นที่ก็ยังมีการปลูกข้าวเพิ่มต่อเนื่อง เพราะระหว่างทางที่มีการปล่อยเข้าในระบบชลประทาน มีการลักลอบสูบน้ำไปใช้จำนวนมาก เมื่อปลูกข้ามมาก น้ำน้อย น้ำเค็มหนุน ก็จะไม่มีน้ำทำประปา ทำให้กังวลว่าปีนี้น้ำอาจมีไม่ถึงฝนหน้า อยากให้เกษตรกร ชาวนางดปลูกข้าว เพราะกรมชลประทานเตรียมงบประมาณไว้ 3.6 พันล้านบาทไว้จ้างงาน สำหรับขุดลอกคูคลอง ประมาณ 3-78 เดือน จะจ้างงานได้ 1.4 หมื่นคน และแต่ละคนจะมีรายได้ประมาณ 3-4 หมื่นบาท”

เนื้อหาข่าวจาก : ข่าวสด


อ่านข่าวอื่นๆ ได้ที่ www.katipnews.com

Categories
Breaking News ข่าวบ้านเมือง ข่าวเด่น ทั่วไป

“บิ๊กตู่” เกิดไอเดีย! เปลี่ยนชื่อ 7วันอันตราย เป็น7วันแห่งความสุข หวังลดการสูญเสีย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้นำสถิติการบาดเจ็บและสูญเสียทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา เพื่อศึกษารายละเอียดว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ มีสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ทำอย่างเต็มที่