Connect with us

มหาสารคาม

พระบรมธาตุนาดูน ที่เที่ยวมหาสารคาม ต้องชม

Published

on

เที่ยวมหาสารคามชมพระธาตุนาดูน

ที่เที่ยวในจังหวัดมหาสารคามที่กระติบนิวส์แนะนำ เมื่อมามหาสารคามต้องไปคือ พุทธมณฑลอีสาน “พระบรมธาตุนาดูน” อ.นาดูน จ.หวัดมหาสารคาม

พระบรมธาตุนาดูน เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุองค์สมเด็จสัมมาพระพุทธเจ้า และปูชนียสถานที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ภูมิภาค เป็็นศูนย์กลางส่งเสริมกิจการทางพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเรียกขานว่าเป็น พุทธมณฑลอีสาน

นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ขุดพบหลักฐานทงประวัติศาสตร์ แสดงถึงความเจริญรุ่งเรียงในอดีต นั่นคือบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เคยเป็นที่ตั้งนครจัมปาศรี และที่สำคัญที่สุดยังมีการขุดพบ สถูปบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ บรรจุอยู่ในตลับทองคำ เงิน และสำริด ทางการสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในสมัยทราวดี ราวพุทธศัตวรรษที่ 13 – 15

ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม

ประวัติพระธาตุนาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

ความเป็นมาขององค์พระธาตุนาดูน

อำเภอนาดูน เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณแห่งหนึ่งที่มีประวัติอันยาวนาน โดยบริเวณที่ตั้งของอำเภอนาดูนคือ เมืองจัมปาศรีที่เจริญรุ่งเรือนในสมัยทวารวดี เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-15 ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ค้นพบมากมาย สรุปความดังนี้

ถิ่นฐานอารยธรรมจัมปาศรีในอดีตกาล สันนิษฐานได้ว่ามีความเจริญรุ่งเรืองมา 2 ยุค คือ

  • ยุคทวรวดี ระหว่าง พ.ศ.1000-2000
  • ยุคลพบุรี ระหว่าง พ.ศ. 1600-1800

ในราวพุทธศตวรรษที่ 13-16 ภายในตัวเมืองและนอกเมืองมีเจดีย์สมัยทวารวดีอยู่ 25 องค์ (ขณะนี้ได้ขุดค้นพบแล้ว 10 องค์) เจ้าผู้ครองเมืองนครจำปาศรี นับตั้งแต่ พระเจ้ายศวรราช ได้สร้างสถานที่สักการะบูชาในพิธีทางศาสนาพราหมณ์และพุทธ เช่น เทวาลัย ปรางค์กู่ เป็นต้น ซึ่งถือว่าได้เจริญรุ่งเรืองทั้งในด้านศาสนา วัฒนธรรม และการปกครอง จนถึงขีดสุดแล้วได้เสื่อมถอยลงจนถึงยุคอวสานในสมัยพระเจ้าฟ้างุ่มแหล่งหล้าธรณี

ประวัติการขุดพบองค์พระธาตุนาดูน

ในปีพุทธศักราช 2522 กรมศิลปากรและราษฎร์ในตำบลนาดูนได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุจากเนินดินที่เป็นซากโบราณสถาน ในบริเวณที่นาของ นายทองดี ปะวะภูตา ราษฎร์บ้านนาดูน ท้องที่หมู่ที่ 1 ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ได้พระพิมพ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก

ข่าวการขุดค้นพบพระพิมพ์ดินเผาได้แพร่ กระจายออกไป ทำให้ประชาชนที่ทราบข่าวเดินทางมา ขุดค้นอย่างมากมาย และหน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่น ได้เข้ามาทำการขุดแต่งโบราณสถานตรงที่ขุดพบพระพิมพ์เพื่อรักษาสภาพสถูปองค์เดิมไว้แต่กระทำไม่สำเร็จเพราะฝูงชนจำนวนมหาสาร ได้เข้ามาแย่งชิงค้นหาพระพิมพ์ เจ้าหน้าที่หน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่น ต้องยุติการขุดแต่งและปล่อยให้ประชาชนขุดค้นหาต่อไป

จนกระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน 2522 นายบุญจันทร์ เกศแสนศรี นักการพานโรงสำนักที่ดินอำเภอนาดูน และได้ขุดค้นพบสถูปพระบรมสารีริกธาตุมีสัณฐานดังเกล็ดแก้วประดิษฐ์สถานในผอบ 3 ชั้น ชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด สวดซ้อนกันเรียงตามลำดับ และบรรจุอยู่ในสถูปจำลองอีกชั้นหนึ่ง เป็นสถูปโลหะ ทรงกลมสูง 24.4 เซนติเมตร ถอดออกเป็น 2 ส่วน ส่วนยอดสูง 12.3 เซนติเมตร ส่วนองค์สถูปสูง 12.1 เซนติเมตร นอกจากนั้นที่ด้านหลังพระพิมพ์บางองค์ยังมีจารึกเป็นภาษาขอมโบราณและมอญโบราณ พระธาตุนาดูน

รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของศิลปะโบราณวัตถุเล่านี้จึงได้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยบริเวณรอบๆ

ชาวจังหวัดมหาสารคาม คาดการณ์ว่า อุบัติการณ์ของพระบรมสารีริกธาตุครั้งนี้นับเป็นนิมิตหมายอันดี แก่ชาวจังหวัดมหาสารคามอย่างยิ่ง สมควรสร้างพระสถูปเจดีย์ประดิษฐาน ไว้ให้ถาวรมั่นคง เป็น ปูชนียสถานและสิริมงคลแก่ภูมิภาคนี้ต่อไป และเพื่อสืบทอดพระบวรศาสนาตามแนวทางแห่งบรรพชน จึงจัดสร้างโครงการพุทธมณฑลอีสานขึ้น

เพื่อเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ พุทธศักราช 2525-2529 ประกอบด้วยสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์พระธาตุนาดูนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ศูนย์พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจำปาศรี เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ อานาจักร จัมปาศรี นครโบราณของบริเวณนี้ซึ่งอยู่ในสมัยทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-16 ประกอบด้วย วัด ส่วนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ศาลาพัก แหล่งน้ำ และถนน กำหนดพื้นที่ก่อสร้าง ณ โคกดงเค็ง มีปริมณฑล 902 ไร่เศษ

เจดีย์พระธาตุนาดูน มีลักษณะประยุกต์จากสถูปจำลองที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กับลักษณะศิลปากร แบบทวารวดีออกแบบและดำเนินการสร้างโดยกรมศิลปากรสูง 50.50 เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 35.70 เมตร พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีได้ประกอบ พิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2528 ก่อสร้างสำเร็จบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2529 สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 7,580,000 บาท (เจ็ดล้านห้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)

ครั้นวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 พระบาทสมด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมงกุฏราชกุมารเสด็จพรัราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงประกอบพิธีอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุเข้าบรรจุ ในองค์ เจดีย์พระธาตุนาดูนนี้

พระธาตุนดูน ลักษณะโครงสร้างองค์พระธาตุนดูน

ลักษณะพระธาตุนาดูน จำลองแบบจากสถูปสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ฐานประยุกต์แบบศิลปทวาราวดี ฐานกว้าง 35.70 * 35.70 เมตร มีความสูงจากฐานถึงยอด 50.50 เมตร ฐานรากและโครงสร้างทั่วไปเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั้งหมด

ผนังภายนอกพระธาตุส่วนใหญ่ทำด้วยหินล้างเบอร์ 4 บางแห่งฉาบปูนเรียบสีขาว มีลวดลายลวดบัว เสาบัวต่าง ๆ จำลองแบบ พระเครื่องพิมพ์ต่าง ๆ ที่ขุดพบมาประดิษฐานพระธาตุจำนวน 32 รูป และมีมารแบกปั้นเป็นแบบนูนสูงประดับที่ฐาน จำนวน 40 ตัว ตัวองค์พระธาตุจะแบ่งออกเป็น 16 ชั้น ลักษณะการก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ภายในโปร่ง จากฐานรากขึ้นไปชั้นที่ 1 สูง 3.7 เมตร

  • ชั้นที่ 1 คือฐานรากมีจำนวนฐานททั้งหมด 105 ฐาน มีเสาขึ้นจากฐานทั้งหมด 144 ต้น ส่วนฐานที่เป็นองค์พระธาตุมีลักษณะกลม มีเสาทั้งหมด 16 ต้น ชั้นที่ 1 มีพื้นทางเดินโดยรอบ และมีซุ้มประตูลายปูนปั้น 4 ประตูประจำทิศ ผนังประดับด้วยกระเบื้องด่านเกวียนศิลปะของ ภาคอีสาน พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก 6 เหลี่ยม ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง
  • ชั้นที่ 2 สูงจากชั้นที่หนึ่ง 5.00 เมตร โครงสร้างมีเสาทั้งหมด 86 ต้น มีพื้นที่โดยรอบ สำหรับก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเหนือ ทั้ง 4 และพระพุทธรูปประจำซุ้ม 4 องค์ ผนังประกอบด้วยปูนปั้นเป็นรูปเสามีบัวเหนือเสา พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก 6 เหลี่ยม ผนังทั่วไป ทำด้วยหินล้างและประดับกระเบื้องด่านเกวียน
  • ชั้นที่ 3 สูงจากชั้นที่สอง 4.80 เมตร โครงสร้างมีเสาทั้งหมด 44 ต้น มีพื้นโดยรอบ สำหรับก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเฉียง 4 องค์ เช่นเดียวกับชั้นที่ 2 พื้นปูด้วยกระเบื้อง เซรามิก 6 เหลี่ยม ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง
  • ชั้นที่ 4 สูงจากชั้นที่สาม 1.60 เมตร ประกอบด้วยฐาน 8 เหลี่ยม เป็นชั้นเริ่มต้นของ ตัวองค์พระธาตุ โครงสร้างประกอบด้วยเสาทั้งหมด 24 ต้น ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง
  • ชั้นที่ 5 สูงจากชั้นที่สาม 1.00 เมตร ประกอบด้วยฐานบัวกลม โครงสร้างประกอบ ด้วยเสาทั้งหมด 16 ต้น ผิวภายนอกทำด้วยหินล้าง
  • ชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 10 มีความสูง 11.00 เมตรเป็นตัวองค์ระฆังของพระธาตุโดยเฉพาะชั้นที่ 8 จะเป็นชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โครงสร้างประกอบด้วยเสาทั้งหมด 16 ต้น จนถึงชั้นที่ 9
  • ชั้นที่ 10 ชั้นที่ 10 ลดเหลือเสา 9 ต้น ลักษณะองค์ระฆังภายนอกทำด้วยหินล้างทั้งหมด เป็นชั้นบัลลังก์ ลักษณะโครงสร้างมีเสาทั้งหมด 5 ต้น ผนังทำด้วยหินล้าง พระธาตุนาดูน
  • ชั้นที่ 11 ชั้นที่ 11 ถึงชั้นที่ 14 มีความสูง 4.60 เมตร เป็นชั้นบัลลังก์ประกอบด้วยลักษณะทรงกลมมีลายปูนปั้นเป็นกลีบบัว โครงสร้างประกอบด้วยเสา 5 ต้น ผนังทำด้วยหินล้างทั้งหมด
  • ชั้นที่ 14-16 ชั้นที่14 ถึงชั้นที่ 16มีความสูง 6.80 เมตร เป็นชั้นปล้องไฉน มีทั้งหมด 6 ปล้อง โครงสร้างประกอบด้วยเสาแกนต้นเดียว ปล้องไฉนทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวทำด้วยหินล้าง ในส่วน
  • ชั้นที่ 16 ถึงยอดคือปลียอด มีชั้นปลี ชั้นลูกแก้ว และะชั้นฉัตรยอด โครงสร้าง ประกอบด้วยเสาแกนต้นเดียว ผนังผิวทำด้วย หินล้างโดยรอบ ส่วนฉัตรยอดบุด้วยโมเสกแก้วสีทอง

​​

การเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว

เดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ห่างจากตัวเมืองมหาสารคาม ประมาณ 65 กิโลเมตร

ขอบคุณข้อมูลจาก พระบรมธาตุนาดูน

หนึ่งเดียวในโลก! เที่ยวมหาสารคาม ชมอุโบสถพุทธชยันตี รมณีย์วิปัสสนาสถานแห่งตักสิลานครเที่ยวมหาสารคาม กด >https://bit.ly/2W8luOy

อ่านต่อ
Advertisement
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Breaking News

รวบ อาจารย์ ม.ดังสารคาม ลักทรัพย์ในสถาบัน เอาไปแลกยาบ้าเสพ

Published

on

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Breaking News

มมส จัดพื้นที่โรงพยาบาลสนาม พร้อมใช้ 128 เตียง รองรับผู้ป่วยโควิด -19

Published

on

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Business

ตร.มหาสารคาม จับหนุ่มขับเบนซ์รถหรูส่งยาบ้า ล็อตใหญ่

Published

on

จับยาบ้ามหาสารคาม

เมื่อเวลา 12.00 น ของวันที่ 24 เมย 64 ที่จุดตรวจ ต 06 หน้าโรงเรียน อบต. หนองแสง นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พ.ต.อ.ธวัชชัย สัตยพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว. มหาสารคาม พ.ต.อ.ชินวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ผกก.สภ.วาปีปทุม พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.วาปีปทุม

ได้ร่วมกันจับกุม นายธิติชัย แซ่อึ้ง อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 351 หมู่ที่ 3 ต.แวงใหญ่ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่นนายภาณุเดช สันดี อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 6 ต.บ้านหัน อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ของกลาง ยาบ้า จํานวน 96,743 เม็ด ยาไอซ์ ปริมาณน้ำหนัก 96.00 กรัม อาวุธปืน พกสั้น ยี่ห้อ CZ 97 B ขนาด .45 มม. จํานวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม.จํานวน 9 นัด รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น C 180 สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กส 7472 กทม. โทรศัพท์ใช้ในการติดต่อซื้อขายจําหน่ายยาบ้า จํานวน 3 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า เสพและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อ จำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,ร่วมกันมีและพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอัน ควรและไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่

เหตุเกิด เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 23 เมย. 64 บริเวณถนนสาย วาปีปทุม – มหาสารคาม หมู่ที่ 1 ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม จากการสืบสวนรับแจ้งจากสายลับ ว่านายธิติชัย แซ่อึ้ง และนายภาณุเดช สันดี ซึ่ง มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าในเขตพื้นที่ 5 จว ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด, สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม (นักบิน) โดยใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น C 180 สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กส 7472 กทม. เพื่อลำเลียงยาบ้ามาจำหน่ายให้กับลูกค้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันวางแผนเพื่อทำการจับกุมที่จุดตรวจ ต 06 หน้าโรงเรียน อบต. หนองแสง เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองขับรถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ สีขาว มาใกล้ถึงจุดตรวจ ต 06 เห็นว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่จึงได้ขับรถหลบเข้าไปโรงพยาบาลวาปีปทุม ก่อนถึงด่านตรวจ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลัง ไล่ติดตามเข้าไป ตามถนนภายในโรงพยาบาลวาปีปทุม และใช้รถของทางราชการปิดประตูทางเข้าออกของโรงพยาบาลวาปีปทุมไว้เพื่อสกัด กับผู้ต้องหา ปรากฏว่าผู้ต้องหาขับรถยนต์เก๋งแหกแนวกันหลบหนีออกจากโรงพยาบาลวาปีปทุมได้ ยางหน้ารถเบ็นซ์ด้านซ้ายแตก แต่ผู้ต้องหายังได้ยังขับรถแหกด่านซนแนวกั้นจราจรหลบหนีไปอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถยนต์ทางราชการไล่ติดตามจับกุมรถยนต์ผู้ต้องหา ห่างออกไป 1 กม.

จนกระทั่งผู้ต้องหาได้ขับรถเฉียวชนเกาะกลาง ถนนที่บริเวณ ถนนวาปีปทุม – มหาสารคาม ใกล้วงเวียนไม่สามารถขับหลบหนีไปต่อได้ จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ลงจากรถ วิ่งหลบหนีไปข้างทาง เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงวิ่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ในเวลาต่อมา ตรวจค้นกระเป๋าคาดเอวสีเทาของ นายภาณุเดชหรือเฟย์ พบยาบ้า 743 เม็ด และอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ CZ 97 B ขนาด .45 มม.จํานวน 1 กระบอก เครื่อง กระสุนปืนขนาด .45 มม. จํานวน 9 นัด จึงได้นําผู้ต้องหาทั้งสองตรวจสอบรถเก๋งสีขาวที่เกิดเหตุพบยาบ้า จํานวน 96,000 เม็ด ยาไอซ์ 96.00 กรัม

ผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การรับสารภาพว่าได้ไปรับยาบ้ามาจาก อ.บ้านไผ่ เส้นทาง กุดรัง -บ้านไผ่ โดยมีนาย เคโอ ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง จะเป็นคนสั่งการให้ไปรับยาบ้าที่มีคนวางไว้ ในซอยข้างถนน จํานวน 29 ลูก (จํานวน 174,000 เม็ด) แล้วนําไปส่งให้กับลูกค้า ที่จังหวัดกาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์ สุรินทร์, มหาสารคาม, โดยนาย เคโอ จะเป็นคนสั่งการให้ไปวางตามจุดต่างโดยได้ค่าจ้างลูกละ 1,000 บาท ได้ทำมาหลายครั้งแล้ว จึงได้นำผู้ต้องหาพร้อมของ กลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.วาปีปทุม ดำเนินคดีต่อไป

Continue Reading

Trending

Copyright © 2021 katipnews.com กระติบนิวส์