Connect with us

Breaking News

อนุทิน ไฟเขียว! สธ.เพิ่มค่าตอบแทนบุคลากร ลั่น ไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นสิ่งที่ต้องได้รับ

Published

on

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการประชุมเรื่องการปรับเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพ ซึ่งเป็นไปตามที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดสธ. เสนอเรื่องมา ซึ่งตนสอบถามว่า ต้องของบประมาณกลางหรือไม่ อย่างไร ซึ่งท่านปลัดสธ.บอกว่าไม่ต้อง เพราะเป็นงบบริหารจัดการในกระทรวงฯ อย่างเงินบำรุง ดังนั้น ตนจึงบอกว่า ลุยได้เต็มสูบ เพราะนี่เป็นประโยชน์ เงินบำรุงที่มีไว้ต้องเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่โชว์ยอดในบัญชีธนาคารเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเพิ่มค่าตอบแทนเป็นของขวัญปีใหม่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่ของขวัญปีใหม่ แต่นี่คือการตอบแทนความทุ่มเทเสียสละของบุคลากร เราไม่ต้องไปบอกว่านี่เป็นของขวัญ ตราบใดที่ถึงเวลาอันควร และองค์กร หรือหน่วยงานคือกระทรวงสาธารณสุขสามารถบริหารงบประมาณได้ โดยไม่มีผลกระทบการทำงานหรือประสิทธิภาพประชาชน นี่คือขวัญกำลังใจของบุคลากรที่มีตั้ง 3-4 แสนคนของกระทรวง

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายว่าหากอยู่ในงบประมาณที่ดำเนินการได้ให้เร่งดำเนินการและต้องดูแลทุกวิชาชีพ ซึ่งวันนี้ได้รับมอบหมายจาก นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 1/2565 ซึ่งมีวาระการพิจารณาข้อเสนอการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินค่าตอบแทนฯ ฉบับที่ 5 ซึ่งเป็นการปรับค่าตอบแทนและเงินเพิ่มเติมพิเศษของบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาล สถานีอนามัย และหน่วยบริการสาธารณสุขทุกวิชาชีพ เนื่องจากค่าตอบแทนส่วนนี้ไม่ได้มีการปรับปรุงตั้งแต่ ปี 2552 ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การพิจารณาได้คำนึงถึงสถานการณ์การเงินการคลังและรายรับรายจ่ายของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับข้อเสนอแนวทางการเพิ่มค่าตอบแทน และการคาดการณ์สถานการณ์หลังเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งจากข้อมูลพบว่ารายได้ของหน่วยบริการกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่มาจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยข้อมูลปี 2560 – 2565 พบมีรายรับภาพรวมเฉลี่ยสูงกว่ารายจ่าย ส่วนข้อเสนอปรับค่าตอบแทนหลักการคือ ปรับอัตราค่าตอบแทนการปฏิบัติงานลักษณะเป็นเวรหรือเป็นผลัด (OT) ขึ้นร้อยละ 8 และปรับค่าตอบแทนเฉพาะผลัดบ่ายหรือผลัดดึกที่เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการในเวลาราชการปกติ ขึ้นร้อยละ 50 โดยมีข้อเสนอปรับค่าตอบแทนแต่ละวิชาชีพ ดังนี้

แพทย์ ทันตแพทย์ จากเดิม 1,100 บาท เป็น 1,200 บาทต่อผลัด, เภสัชกร จากเดิม 720 บาท เป็น 780 บาทต่อผลัด, นักวิทยาศาสตร์ พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการทางด้านสาธารณสุข จาก 600 บาทเป็น 650 บาทต่อผลัด โดยพยาบาลผลัดบ่าย/ผลัดดึกที่จากเดิมได้รับเพิ่ม 240 บาทก็ปรับเพิ่มเป็น 360 บาทต่อผลัด, พยาบาลเทคนิค เจ้าพนักงานสาธารณสุข เจ้าพนักงานเทคนิค จากเดิม 480 บาท เป็น 520 บาทต่อผลัด โดยพยาบาลเทคนิคผลัดบ่าย/ผลัดดึก จากเดิมได้รับเพิ่ม 180 บาทปรับเพิ่มเป็น 270 บาทต่อผลัด , เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่เทคนิค จากเดิม 360 บาท เป็น 390 บาทต่อผลัด โดยเจ้าหน้าที่พยาบาลผลัดบ่าย/ผลัดดึกจากเดิมได้รับเพิ่ม 145 บาทปรับเพิ่มเป็น 255 บาทต่อผลัด, เจ้าหน้าที่อื่นๆ ตามวุฒิ จากเดิม 360-600 บาท เป็น 650 บาท และลูกจ้างตำแหน่งอื่นๆ จากเดิม 300 บาท เป็น 330 บาท ส่วนบุคลากรที่ไม่เข้าเกณฑ์ค่าตอบแทนฉบับนี้ จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมให้ครอบคลุมต่อไป

“การเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากรดังกล่าว เมื่อพิจารณาจากสถานะการเงินการคลังยังพอมีเงินรองรับในส่วนนี้ได้ ไม่กระทบการให้บริการ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขจึงเร่งรัดดำเนินการเรื่องการเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจบุคลากรในการทำงานให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนฯ มีมติเห็นชอบแล้ว จะส่งคณะกรรมการฯ ว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขฯ พิจารณา ก่อนทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกประกาศและดำเนินการให้กับบุคลากรต่อไป” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ที่มาข่าวจาก : มติชนออนไลน์

อ่านต่อ
Advertisement
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Breaking News

สนามบินมหาสารคาม หายไปไหน… ทำไมจึงเปลี่ยนไป?

Published

on

สนามบินมหาสารคาม

รู้ไหมว่า “มหาสารคามเคยมีสนามบิน”…แล้วทำไมถึงเปลี่ยนไป?

จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสาน เป็นจังหวัดขนาดเล็กมีพื้นที่เป็นลำดับที่15 ของภาคอีสาน จังหวัดมหาสารคามมีพัฒนาการตั้งขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” เมื่อ พ.ศ. 2408 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา และประกอบอาชีพด้านกสิกรรม ดำรงชีวิตตามขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี “ฮีตสิบสอง คองสิบสี่” ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีการไปมาหาสู่กัน ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Breaking News

กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดรับสมัครสอบบรรจุเป็นพนักงานราชการ 23 อัตรา

Published

on

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Breaking News

เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เปิดรับสมัครเป็นพนักงานจ้างฯ หลายอัตรา

Published

on

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Trending

Copyright © 2022 katipnews.com กระติบนิวส์