Connect with us

Business

ท่าอากาศยาน ทุ่มงบ 1.7 พันล้าน พัฒนาสนามบินบุรีรัมย์ รองรับผู้โดยสารทะลัก เมืองเซราะกราว

Published

on

สนามบินบุรีรัมย์

กรมท่าอากาศยานแจงทุ่มงบ 1.7 พันล้าน พัฒนาสนามบินบุรีรัมย์รับผู้โดยสารทะลัก

จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการตั้งข้อสังเกตในการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาท่าอากาศยานบุรีรัมย์ กรมท่าอากาศยานขอชี้แจงเหตุผลดังนี้

1.กรมท่าอากาศยานเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาโครงข่ายและกิจการท่าอากาศยานให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาท่าอากาศยานให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ

2.กรมท่าอากาศยานได้จัดทำแผนการพัฒนาท่าอากาศยาน 2 ระยะให้สอดคล้อง และเป็นไปตามที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่งผลให้แผนพัฒนาท่าอากาศยาน มีการลำดับความสำคัญ ระยะเวลาการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และสามารถปรับปรุงลำดับระยะเวลาในการลงทุนในแผนที่เคยกำหนดไว้เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันได้

3.สำหรับแผนพัฒนาท่าอากาศยานบุรีรัมย์ บรรจุอยู่ในปลายแผนการลงทุนระยะที่ 1 ช่วงปีงบประมาณ 2563-2566 มีระยะเวลาทั้งสิ้น ประมาณ 4 ปี วงเงินรวมในการลงทุน 1,725 ล้านบาท การก่อสร้างขนาดใหญ่ในแผนพัฒนาท่าอากาศยานระยะที่  1 ได้รับการจัดสรรโดยประมาณ มูลค่า 14,600 ล้านบาท ช่วงปีงบประมาณ 2558-2564 โดยท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณคิดเป็น 11.8% จากการลงทุนทั้งหมด โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณครั้งแรกในปี 2563

4.การพัฒนาท่าอากาศยาน (การลงทุน) ของกรมท่าอากาศยานใช้หลักการอยู่ 2 หลักการดังนี้ 1.หลักการเพิ่มขีดความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหาปริมาณผู้โดยสารหรือเที่ยวบินมากเกินที่ท่าอากาศยานจะรองรับได้ (Demand side) 2.หลักการพัฒนาเพื่อส่งเสริมให้เกิดปริมาณผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน (Supply side)

5.จากสถิติปริมาณผู้โดยสารของท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตั้งแต่ปี 2553 มีจำนวน 6,113 คน ต่อปี  ถึงปี 2562 มีปริมาณผู้โดยสาร  349,440 คนต่อปี จะเห็นได้ว่าในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาโดยตลอด

ท่าอากาศยาน

ท่าอากาศยาน

หากคิดช่วงปีที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจะเฉลี่ยอยู่ที่ 144% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยสูงสุดของท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน โดยเฉพาะช่วงก้าวกระโดดในปี 2560-2562

และในช่วงเวลาที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีการแข่งขันกีฬาจะมีปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารต่อชั่วโมง เกินขีดความสามารถที่ท่าอากาศยานจะรองรับได้ ดังตัวอย่างการจัดการแข่งขัน MOTO GP ในชั่วโมงคับคั่งจะมีปริมาณผู้โดยสาร 720 คน (4 เที่ยวบิน) ต่อชั่วโมง ซึ่งอาคารที่พักผู้โดยสารของท่าอากาศยานบุรีรัมย์ในปัจจุบันห้องผู้โดยสารขาออกรองรับได้ 300 คน (2 เที่ยวบิน ) ต่อชั่วโมง และห้องผู้โดยสารขาเข้ารองรับได้ 150 คน (1 เที่ยวบิน) ต่อชั่วโมง

6.จากข้อเท็จจริงดังกล่าว กรมท่าอากาศยานจึงได้เสนอแผนพัฒนาท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ซึ่งประกอบด้วย 2 โครงการ ดังนี้ 1.โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ (ได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วใน ปี 2563-2565)  สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,000 คน/ชั่วโมง หรือ 2.80 ล้านคน/ปี ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 619 ล้านบาท เปิดให้บริการในปี 2566

2.โครงการก่อสร้างขยายความยาวทางวิ่งจาก 2,100 เมตร เป็น 2,990 เมตร อาคารคลังสินค้าและลานจอดอากาศยานขนส่งสินค้า กรมท่าอากาศยานขอรับการจัดสรร งบประมาณในปี 2564 จำนวน 950 ล้านบาท เพื่อให้สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ชนิด B787 หรือ A330 ในการบินพิสัยไกล เพื่อให้สามารถเปิดเส้นทางบินตรงจากออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ด้านที่ 2 ในการวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ ให้ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ เป็นศูนย์กลางทางการบินของอีสานใต้ในการเชื่อมการขนส่งทางอากาศกับกลุ่มประเทศ CLMV และกลุ่มอนุลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งสนับสนุนนโยบายการส่งเสริมท่าอากาศยานภูมิภาค ให้เป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิต สินค้าในแถบอีสานใต้ ออกสู่ตลาดต่างประเทศส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพของการเป็นเมืองกีฬาครบวงจร (Sport city) และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานได้พิจารณาจัดตั้งคำของบประมาณ ตามหลักเกณฑ์ความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อเดินหน้าภารกิจของหน่วยงาน ให้สามารถให้บริการการขนส่งทางอากาศให้แก่ประชาชนได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึงและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

สนามบินบุรีรัมย์

สนามบินบุรีรัมย์

ที่มา : https://www.prachachat.net/property/news-486938

 

อ่านต่อ
Advertisement
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ธุรกิจ SME

กาแฟต้องขายได้กี่แก้วถึงจะกำไร คนอยากขายต้องรู้

Published

on

ต้นทุนขายกาแฟ

ใครที่อยากจะเริ่มทำร้านกาแฟต้องรู้!​

☕️ร้านกาแฟไม่ได้มีต้นทุนแค่เมล็ดกาแฟกับน้ำแข็ง แต่ยังมีค่าเช่าร้าน เงินเดือนเจ้าของร้าน วัสดุอุปกรณ์และอื่น ๆ ​ ต้องขายกาแฟกี่แก้วถึงจะได้กำไร คำนวณได้ง่าย ๆ จาก​

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Business

ตร.มหาสารคาม จับหนุ่มขับเบนซ์รถหรูส่งยาบ้า ล็อตใหญ่

Published

on

จับยาบ้ามหาสารคาม

เมื่อเวลา 12.00 น ของวันที่ 24 เมย 64 ที่จุดตรวจ ต 06 หน้าโรงเรียน อบต. หนองแสง นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พ.ต.อ.ธวัชชัย สัตยพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว. มหาสารคาม พ.ต.อ.ชินวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ผกก.สภ.วาปีปทุม พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.วาปีปทุม

ได้ร่วมกันจับกุม นายธิติชัย แซ่อึ้ง อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 351 หมู่ที่ 3 ต.แวงใหญ่ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่นนายภาณุเดช สันดี อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 6 ต.บ้านหัน อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ของกลาง ยาบ้า จํานวน 96,743 เม็ด ยาไอซ์ ปริมาณน้ำหนัก 96.00 กรัม อาวุธปืน พกสั้น ยี่ห้อ CZ 97 B ขนาด .45 มม. จํานวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม.จํานวน 9 นัด รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น C 180 สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กส 7472 กทม. โทรศัพท์ใช้ในการติดต่อซื้อขายจําหน่ายยาบ้า จํานวน 3 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า เสพและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อ จำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,ร่วมกันมีและพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอัน ควรและไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่

เหตุเกิด เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 23 เมย. 64 บริเวณถนนสาย วาปีปทุม – มหาสารคาม หมู่ที่ 1 ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม จากการสืบสวนรับแจ้งจากสายลับ ว่านายธิติชัย แซ่อึ้ง และนายภาณุเดช สันดี ซึ่ง มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าในเขตพื้นที่ 5 จว ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด, สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม (นักบิน) โดยใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น C 180 สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กส 7472 กทม. เพื่อลำเลียงยาบ้ามาจำหน่ายให้กับลูกค้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันวางแผนเพื่อทำการจับกุมที่จุดตรวจ ต 06 หน้าโรงเรียน อบต. หนองแสง เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองขับรถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ สีขาว มาใกล้ถึงจุดตรวจ ต 06 เห็นว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่จึงได้ขับรถหลบเข้าไปโรงพยาบาลวาปีปทุม ก่อนถึงด่านตรวจ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลัง ไล่ติดตามเข้าไป ตามถนนภายในโรงพยาบาลวาปีปทุม และใช้รถของทางราชการปิดประตูทางเข้าออกของโรงพยาบาลวาปีปทุมไว้เพื่อสกัด กับผู้ต้องหา ปรากฏว่าผู้ต้องหาขับรถยนต์เก๋งแหกแนวกันหลบหนีออกจากโรงพยาบาลวาปีปทุมได้ ยางหน้ารถเบ็นซ์ด้านซ้ายแตก แต่ผู้ต้องหายังได้ยังขับรถแหกด่านซนแนวกั้นจราจรหลบหนีไปอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถยนต์ทางราชการไล่ติดตามจับกุมรถยนต์ผู้ต้องหา ห่างออกไป 1 กม.

จนกระทั่งผู้ต้องหาได้ขับรถเฉียวชนเกาะกลาง ถนนที่บริเวณ ถนนวาปีปทุม – มหาสารคาม ใกล้วงเวียนไม่สามารถขับหลบหนีไปต่อได้ จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ลงจากรถ วิ่งหลบหนีไปข้างทาง เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงวิ่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ในเวลาต่อมา ตรวจค้นกระเป๋าคาดเอวสีเทาของ นายภาณุเดชหรือเฟย์ พบยาบ้า 743 เม็ด และอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ CZ 97 B ขนาด .45 มม.จํานวน 1 กระบอก เครื่อง กระสุนปืนขนาด .45 มม. จํานวน 9 นัด จึงได้นําผู้ต้องหาทั้งสองตรวจสอบรถเก๋งสีขาวที่เกิดเหตุพบยาบ้า จํานวน 96,000 เม็ด ยาไอซ์ 96.00 กรัม

ผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การรับสารภาพว่าได้ไปรับยาบ้ามาจาก อ.บ้านไผ่ เส้นทาง กุดรัง -บ้านไผ่ โดยมีนาย เคโอ ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง จะเป็นคนสั่งการให้ไปรับยาบ้าที่มีคนวางไว้ ในซอยข้างถนน จํานวน 29 ลูก (จํานวน 174,000 เม็ด) แล้วนําไปส่งให้กับลูกค้า ที่จังหวัดกาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์ สุรินทร์, มหาสารคาม, โดยนาย เคโอ จะเป็นคนสั่งการให้ไปวางตามจุดต่างโดยได้ค่าจ้างลูกละ 1,000 บาท ได้ทำมาหลายครั้งแล้ว จึงได้นำผู้ต้องหาพร้อมของ กลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.วาปีปทุม ดำเนินคดีต่อไป

Continue Reading

ธุรกิจ SME

ราดหน้าสูตรโบราณ l อาชีพพารวย

Published

on

ราดหน้าโบราณ

ราดหน้าสูตรโบราณ – กนกศักดิ์ แสงตระการ ผู้สื่อข่าวข่าวสดพาไปชิมราดหน้าสูตรโบราณ เจ๊ไล้ เจ้าเก่า ขายมานานกว่า 30 ปี ที่ตลาดพระอ่างทอง ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง

เป็นแม่ค้ารถเข็นทำสำเร็จรูปมาจากบ้าน เข็นรถมาจอดแล้วตักขาย ตั้งแต่เวลา 06.00 น.

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Trending

Copyright © 2021 katipnews.com กระติบนิวส์