Connect with us

Breaking News

แม่สุดทน! แจ้งตร.หิ้วลูกไปบำบัด คลั่งอาละวาดพังบ้านหลอนจัดดมกาว เสพยากินเหล้า

Published

on

วันที่ 3 ก.ค. ร.ต.อ.รัฐภากร ใจแสน รองสวป. สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีชายสูดดมสารระเหย คลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของในบ้านเสียหาย และขังตัวเองไว้ในห้องนานหลายชั่วโมง ทั้งส่งเสียงโวยวายเป็นระยะ ผู้เป็นแม่เกรงว่าลูกชายอาจจะหลอนยาแล้วทำร้ายตัวเอง จึงขอให้เจ้าหน้าที่มาช่วยนำตัวไปบำบัดรักษา

 

หลังรับแจ้งกำลังสายตรวจ พร้อมกู้ภัยฯ นำอุปกรณ์ไม้ง่าม และโล่สำหรับคุมฝูงชน ไปยังบ้านหลังเกิดเหตุ ต.ถนนหัก อ.นางรอง พบข้าวของภายในบ้านมีรอยกระจัดกระจาย จากนั้นผู้เป็นแม่ก็ได้พาเจ้าหน้าที่ไปยังห้องที่ลูกชายขังตัวเองไว้ ซึ่งเบื้องต้นทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เป็นแม่ ก็ได้ช่วยกันพูดเกลี้ยกล่อมให้นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ให้ออกมาจากห้อง

 

เวลาผ่านไปกว่า 20 นาที นายเอ ก็ไม่ยอมออกจากห้อง ผู้เป็นแม่จึงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่พังประตู เพื่อนำตัวลูกชายไปบำบัดรักษา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ให้หน่วยกู้ภัยฯ พังประตู จากนั้นนายเอ จึงได้เดินออกมาจากห้อง แต่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ต้องอธิบายว่าแค่จะพาไปบำบัดรักษาไม่ได้จับกุม นายเอ จึงยอมขึ้นรถ

จากการสอบถามผู้เป็นแม่ เล่าว่า ลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายข้าวของเนื่องจากสูดดมสารระเหย เสพกัญชา รวมถึงดื่มเหล้าด้วย เมื่อมีอาการมักจะทำลายข้าวของในบ้าน ซึ่งที่ผ่านมา ก็ทะเลาะกันกับแม่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่ครั้งนี้ลูกชายน่าจะหลอนหนักจากการสูดดมสารระเหย จึงตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาเกลี้ยกล่อมควบคุมตัวลูกชาย ส่งไปบำบัดรักษาให้หาย

ข้อมูลข่าวจาก ข่าวสด

Continue Reading
Advertisement
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Breaking News

ของกลางเพียบ! ตร.มหาสารคาม จับยาบ้า 2พันเม็ด

Published

on

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Breaking News

รู้ยัง! “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” คลัง สิ้นสุดจ่ายโครงการเพิ่มกำลังซื้อ 500 บาท

Published

on

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Breaking News

ชะลอ! ขยายอายุเกษียณราชการ จาก 60 ปี เป็น 63 ปี

Published

on

(เพิ่มเติม…)

Continue Reading

Trending

Copyright © 2021 katipnews.com กระติบนิวส์