หนุ่มร้องทุกข์ ถูกจับลักทรัพย์ ต้องประกันตัวนับแสนก่อนหาหลักฐานเอง เจ้าทุกข์บอกลืมไปหมดแล้ว เผยตำรวจให้ดูรูป คิดว่าคล้าย ๆ เลยชี้ตัว

จากกรณี นายชิตพงษ์ วินทะไชย ร้องทุกข์หลังถูกกล่าวหาว่าบุกเข้าไปที่บ้านของคู่กรณี ทำทีจะขอซื้อบ้าน แล้วลักทรัพย์สินออกมา ทั้งที่ไม่ใช่คนก่อเหตุ ซึ่งผู้ต้องหายื่นของประกันตัว และยื่นหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าไม่ได้ไปในที่เกิดเหตุ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 6 มิถุนายน 2562 รายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอมรินทร์ทีวี รายงานว่า นายชิตพงษ์ เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิด ว่า วันเกิดเหตุ 21 พฤศจิกายน 2561 ตนทำงานส่งเอกสาร ที่บริษัทย่านถนนเอกชัย-บางบอน และไม่เคยไปที่บ้านผู้เสียหายย่านแสมดำ โดยหลักฐานที่ตำรวจมี เป็นภาพวงจรปิดที่ตนขี่จักรยานยนต์ไปตามถนน ห่างจากบ้านคู่กรณีประมาณ 100 เมตร ระบุว่าเวลาในตอนนั้นคือ 15.07 น.

ทว่า นายชิตพงษ์เองไม่ยอม และไปหาภาพจากกล้องวงจรปิดมา ที่สรุปได้ว่า เวลา 14.58 น. นายชิตพงษ์ อยู่ที่ธนาคารทหารไทย และเวลา 16.00 น. นายชิตพงษ์ อยู่ที่ธนาคารกสิกรไทย และนายชิตพงษ์ ขับรถผ่านบ้านคู่กรณีจริง แต่เป็นในเวลา 16.12 น. ซึ่งขัดแย้งกับตำรวจที่บอกว่าตนขับรถใกล้บ้านคู่กรณีเมื่อเวลา 15.07 น.

ภาพวงจรปิดทั้งหมด ตนนำให้ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานแล้ว ส่วนผู้เสียหาย ตนไม่เคยเจอ แต่ทราบว่าอายุประมาณ 70 ปี ทั้งนี้ ช่วงถูกคุมตัว ตำรวจก็มาให้ตนเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่ในวันเกิดเหตุตามวงจรปิด แล้วถ่ายรูปตนไป ก่อนให้ผู้หายมาชี้ตัว

นายชิตพงษ์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเดินทางไปพบอัยการ เพื่อดำเนินการหลังถูกสั่งฟ้อง ซึ่งตนไม่ทราบว่าในชั้นอัยการ มีหลักฐานที่ตนยื่นให้ตำรวจที่ใช้หักล้างได้ทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งตนต้องใช้เงินประกันตัว 110,000 บาท โดยไปหายืมเงินมาเพื่อขอประกันตัว บางส่วนเป็นเงินเก็บ ซึ่งเงินเดือนตนแค่ 12,000 บาท และตอนนี้เครียดมาก ซึ่งตนเคยถามตำรวจว่า ถ้าตนเป็นคนผิด ทำไมไม่เอากองพิสูจน์หลักฐานมาพิสูจน์ลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ ของตนในที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจบอกว่าไม่ใช่คดีงัดแงะ ตนก็ถามว่า “แล้วตนต้องเป็นแพะใช่ไหม”

ล่าสุด เจ้าของบ้านผู้เสียหาย เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตนเองลืมเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ส่วนตอนที่ไปชี้ตัว ตนเองก็ไม่แน่ใจ เพราะลืมหมดแล้ว ส่วนทางคดี ตนไม่ได้หวังจะเอาอะไรแล้ว คู่กรณีจะเอาอะไรก็ช่าง เพราะยอมความไปแล้ว ทรัพย์สินก็ไม่ได้คืน ใบหน้าคนร้าย ตนเองก็จำไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ วันที่ชี้ตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรูปคนร้ายให้ตนดู ตนรู้สึกว่าคล้ายใบหน้าของคนร้าย จึงชี้ตัวผู้ต้องหาไปเท่านั้น

ที่มา รายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอมรินทร์ทีวี

Facebook Comments